พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวต่อไปว่า จากการสืบสวนสอบสวนจนถึงขณะนี้ ยืนยันได้ว่ามีขบวนการแสวงหาผลประโยชน์จากเรื่องนี้จริง มีพยานหลักฐานที่สามารถพิสูจน์เรื่องนี้ได้ แต่รายละเอียดต่างๆ ตนไม่ขอเปิดเผย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งข้อมูลดังกล่าวไปที่ทางส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการไต่สวน สิ่งที่ตนอยากจะบอกกับสังคม คือ เรื่องที่การขอรื้อฟื้นคดี เป็นสิทธิ์ของนางจอมทรัพย์ เมื่อเชื่อว่าตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็ใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย ตรงนี้เราเข้าใจ แต่ในกระบวนการใช้สิทธิ์แล้วมีคนไปหาผลประโยชน์จากตรงนี้ หากผิดกฎหมาย หรือ ทำไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่ต้องไปดำเนินการ จึงขอให้สังคมแยกแยะให้ชัดเจน
"วันนี้พี่น้องประชาชน หรือสื่อมวลชน น่าจะเริ่มเข้าใจแล้วว่าเรื่องราวเหล่านี้เป็นมาอย่างไร และเริ่มไปติดตามแก่นรากของมัน คือหลังจากคดีสิ้นสุดไปแล้ว มีคนมาบอกว่าคนขับรถชน ไม่ใช่ครูจอมทรัพย์ คนก็เริ่มไปหาแล้วว่ารถที่ชน และคนที่อ้างว่าชนอยู่ด้วยกันหรือเปล่า ซึ่งประชาชนกำลังช่วยกันหา จึงขอให้ประชาชนมีสติในการรับรู้ ส่วนที่ทำเป็นขบวนการ ดำเนินการกันมาที่ไม่ถูกต้อง ตำรวจจะสืบสวนต่อเนื่อง ยืนยันที่ตำรวจออกมาชี้แจง ไม่ได้เป็นการปกป้องใคร ไม่มุ่งทำลายใคร หากตำรวจผิดก็ต้องลงโทษดำเนินตามวินัย และทางอาญา ซึ่งหากลูกน้องทำผิดเราไม่ปกป้องอยู่แล้ว อยากขอสังคมฉุกคิดว่าเรื่องที่เกิดมีต้นเหตุมาจากไหน และประกอบด้วยอะไรบ้าง อย่างกรณีนี้ วันที่11 มี.ค.2548 ซึ่งเป็นวันเกิดเหตุ รถกับคนอยู่ด้วยกันในวันเกิดเหตุ หรือไม่ แต่ถ้ารถกับคนไม่อยู่ด้วยกันในวันเกิดเหตุ" พล.ต.อ.ปัญญา กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการดำเนินคดีและแจ้งข้อกล่าวหากับขบวนการที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้หรือไม่ พล.ต.อ.ปัญญา กล่าวว่า ต้องรอศาลพิจารณาให้แล้วเสร็จก่อน เพราะสุดท้ายการสืบสวนสอบสวนของตำรวจ ก็จะไปปรากฏในชั้นศาลอยู่แล้ว ยืนยันตำรวจมีพยานหลักฐานชัดเจนที่จะพิสูจน์ความจริงเรื่องนี้ แต่ขอยังไม่เปิดเผย ส่วน กรณีที่มีกระแสข่าวว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะจัดแถลงข่าวเกี่ยวกับกรณีนี้ ตนยืนยันว่าไม่มีการแถลงข่าวแต่อย่างใด จนกว่าศาลจะตัดสิน