เนชั่นทีวี

ข่าว

ค่าเงินปอนด์พุ่ง! ขานรับ Brexit เริ่มชัดเจน

18 ม.ค. 2560 | te

ค่าเงินปอนด์พุ่ง! ขานรับ Brexit เริ่มชัดเจน

เงินปอนด์พุ่งขึ้นทันที 2% มาอยู่ที่ระดับ 1.23 ดอลลาร์ ท่ามกลางถ้อยแถลงของเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ที่กล่าวถึงแผนการในการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือ Brexit ที่จะเริ่มต้นใช้มาตราที่ 50 ในการกระบวนการเจรจาถอนตัวของอังกฤษอย่างเป็นทางการในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ โดยจะใช้เวลา 2 ปีที่จะตัดความเป็นสมาชิกจากอียู แต่จะมีการเจรจาร่างข้อตกลงทางธุรกิจและการค้าฉบับใหม่ในความสัมพันธ์ในฐานะเป็นหุ้นส่วนที่สร้างสรรค์กับอียู โดยยังคงรักษาอธิปไตยในการใช้อำนาจตามกฎหมายของอังกฤษเอาไว้

ขณะเดียวกับที่นักลงทุนทั่วโลกจับตาไปที่คำปราศรัยของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนในเวทีประชุม World Economic Forum ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ โดยย้ำว่า จะไม่มีใครเป็นผู้ชนะในการทำสงครามการค้า และไม่ควรใช้เรื่องโลกาภิวัตน์มากล่าวโทษกัน เพราะมุ่งแต่แสวงหากำไรกัน พร้อมกับระบุว่าการพยายามปกป้องการค้าเหมือนการกักขังตัวเองในห้องมืดโดยไม่สนใจคนอื่น เหมือนเป็นการโต้กลับโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ออกมากล่าวหาโลกาภิวัตน์ โดยยกเอาเรื่องประชานิยมมากล่าวอ้างเพื่อหันมาใช้มาตรการกีดกันทางการค้าจนอาจนำไปสู่สงครามการค้าในที่สุด

1.เทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวในถ้อยแถลงว่า อังกฤษจะไม่สามารถในตลาดเดียวต่อไป เพราะทำให้อยู่อย่างครึ่งๆ กลางๆ ซึ่งในที่สุดก็จะต้องออกจากอียูอยู่ดี โดยความสัมพันธ์กับอียูจะไม่แตกต่างจากประเทศนอกอียู โดยเฉพาะการจำกัดการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรี เพราะ Brexit ของคนอังกฤษไม่ต้องการให้คนต่างชาติเข้ามาแย่งงาน ทั้งนี้ รัฐสภาจะต้องให้การรับรองข้อตกลงสุดท้ายของการแยกตัวออกจากอียู
โดยเทเรซา เมย์ ได้ย้ำในเป้าหมาย 12 ข้อ ที่สรุปสาระสำคัญหลักๆ คือ ประกอบด้วย เพื่อเป็นการสร้างความชัดเจน และสร้างความเข้มแข็งระหว่างพลเมือง 4 ชาติที่รวมตัวเป็นสหราชอาณาจักร โดยที่อังกฤษสามารถควบคุมคนอพยพและการเดินทางของชาวต่างชาติที่เดินทางมาจากยุโรป การรับประกันสิทธิของพลเมืองอียูที่อาศัยในอังกฤษ และสิทธิของชาวอังกฤษที่อาศัยในอียู
รวมถึงการทำข้อตกลงการค้าเสรีฉบับใหม่กับอียู เพื่อให้อังกฤษสามารถเข้าสู่ตลาดร่วมยุโรปในฐานะเป็นหุ้นส่วนของอียู และปกป้องและรักษาสิทธิของแรงงานจะได้รับการคุ้มครองในอียูภายใต้การทำข้อตกลงการค้าฉบับใหม่ที่จะทำกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก นอกจากนี้ยังจะดำเนินการให้บรรลุข้อตกลงความร่วมมือกับอียูในด้านการบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการก่อการร้าย และนโยบายด้านการต่างประเทศ เพื่อที่จะให้การดำเนินกระบวนการแยกตัวออกจากอียูอย่างราบรื่น เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดภาวะเศรษฐกิจชะงักงันครั้งใหญ่

2.ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวสุนทรพจน์ต่อผู้นำธุรกิจทั่วโลกในการเปิดฉากเวทีประชุม WEF เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ที่ชี้ว่าปัจจุบันแม้ว่าจะเกิดปฏิกิริยาสะท้อนกลับเป็นกระแสประชานิยมในโลกตะวันตก ซึ่งโลกาภิวัตน์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วและไม่สามารถย้อนกลับไปได้ แต่สมควรทำให้โลกาภิวัตน์ครอบคลุมถึงการพัฒนาที่เป็นความยั่งยืน
ทั้งนี้ ผู้นำจีนกล่าวว่าไม่มีประโยชน์ที่จะโทษโลกาภิวัตน์ว่าก่อวิกฤติทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในโลก โดยตอบโต้ว่าการใช้นโยบายกีดกันทางการค้าก็เหมือนกับการขังตัวเองในห้องมืดโดยที่ไม่สนใจคนอื่น พร้อมกับเตือนว่าในการใช้มาตรการกีดกันจนกลายเป็นสงครามทางการค้า ไม่เคยมีใครเป็นผู้ชนะในการทำสงครามการค้า โดยยืนยันว่าจีนจะยึดมั่นต่อการเปิดตลาดและปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากโลกาภิวัตน์ของประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่

3.กลายเป็นความคลุมเครือที่โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐกลับลำเบรกเงินดอลลาร์ ระบุเวลานี้ดอลลาร์แข็งค่ามาเกินไป ส่งผลให้ Dollar Index มีทิศทางอ่อนค่าลงในช่วง 10 วันอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ 100.33 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทรัมป์แสดงท่าทีที่จะดึงเงินลงทุนกลับเข้าสหรัฐ รวมทั้งประกาศแผนกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายการคลังในการใช้จ่ายลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ และมาตรการปรับลดภาษีอีกกว่า 5 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วง 10 ปีข้างหน้า เพื่อให้สหรัฐกลับมายิ่งใหญ่ และมีอัตราการเติบโตเศรษฐกิจปีละ 3-4% ทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่าถึง 4% นับตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2016
โดยที่ Dollar Index พุ่งขึ้นไปเฉียดระดับ 104 ซึ่งแข็งค่ามากที่สุดในรอบ 14 ปีในช่วงปลายปีที่แล้ว ทำให้ทรัมป์เพิ่งตื่นตัวว่าการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ที่มากเกินไปนั้นจะส่งผลกระทบต่อผลกำไรของภาคธุรกิจสหรัฐ อีกทั้งยังหนุนให้จีนได้เปรียบทางการค้ากับสหรัฐมากขึ้น
ทำให้การเคลื่อนไหวของสกุลเงินหลักของโลกแข็งค่าขึ้น โดยเงินเยนอยู่ที่ 112 ต่อดอลลาร เงินปอนด์อยู่ที่ 1.2396 ดอลลาร์ เงินยูโรอยู่ที่ 1.0697 ดอลลาร์ เงินหยวนแข็งค่าขึ้นที่ 6.8450 ต่อดอลลาร์

4.การสวิงตัวกลับของเงินดอลลาร์และบอนด์ยิลด์ 10 ปีของรัฐบาลสหรัฐลดลงมาอยู่ที่ 2.33% ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในภาวะตลาดเงินโลก ส่งผลลบต่อบรรยากาศลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐที่ปรับตัวลงในแดนลบทั้งดาวโจนส์ปิดที่ 19,826 ลดลง 59 จุด หรือ 0.3% S&P 500 ปิดที่ 2,267 ลดลง 0.3% และ Nasdaq ปิดที่ 5,538 ลดลง 0.63% รวมทั้งตลาดหุ้นยุโรปที่ปรับตัวลงในแดนลบทั้งกระดาน

5.จากการเซอร์เวย์ผู้เชี่ยวชาญการเงิน 750 คนของ World Economic Forum ต่อความเสี่ยงสูงสุดในปี 2017 นั้น ส่วนใหญ่มีความกังวลกับความเสี่ยงว่าจะเกิดวิกฤติการเงินในปี 2017 เป็นอันดับหนึ่งเนื่องจากปัญหาทางเศรษฐกิจที่มีความเสี่ยงมากขึ้น ประกอบกับความตึงเครียดของความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กดดันโลกมากขึ้นด้วย ส่วนอันดับสองเป็นความกังวลต่อคลื่นการอพยพที่ก่อให้เกิดภัยก่อการร้ายที่มีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งนี้ บรรยากาศความกังวลดังกล่าวส่งผลให้ราคาทองในตลาดโลกค่อยๆ ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 1,218 ดอลลาร์ก่อนย่อตัวลงในช่วงเช้าวันนี้ที่ 1,214 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ข่าวล่าสุด