ผู้บริหารการยางแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางพาราแห่งประเทศ และชุมนุมสหกรณ์จังหวัดตรัง ลงพบปะและมอบถุงยังชีพแก่เกษตรกรชาวสวนยางต.นาท่ามใต้ อ.เมือง และต.บางดี อ.ห้วยยอด เพื่อรับฟังปัญหาและช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย
นายธีรวัฒน์ เดชทองคำ รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เกษตรกรชาวสวนยางพาราภาคใต้ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยในครั้งนี้จำนวน 11 จังหวัด เนื้อที่หลายล้านไร่ จำนวนเกษตรกรรวมกว่า 1 แสนราย โดยหลังน้ำลดจะส่งเจ้าหน้าที่การยางฯเข้าไปสำรวจพื้นที่ความเสียหาย โดย กยท.จะใช้เงินสวัสดิการเกษตรกร ตาม พ.ร.บ.การยางฯที่มีรองรับอยู่แล้ว โดยมีงบประมาณอยู่จำนวน 398 ล้านบาท ที่เตรียมจะมอบให้แก่เกษตรกรที่ต้นยางพาราเสียหายไม่ต่ำกว่าไร่ละ 20 ต้น กยท.จะมอบเงินเยียวยาให้รายละ 3,000 บาท
ส่วนมาตรการต่อไปกรณียางที่กรีดได้แล้วและได้รับเสียหาย ฝากประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรไปติดต่อกับสำนักงานการยางในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อขอรับทุนสงเคราะห์จากกยท.ได้ในอัตราไร่ละ 16,000 บาท ตามระเบียบของ กยท .ส่วนกรณีการสูญเสียรายได้เพราะกรีดยางไม่ได้ ทางเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางพาราแห่งประเทศไทย ได้มีหนังสือเสนอรัฐบาลของบประมาณในการช่วยเหลือไปแล้วตั้งแต่วันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งกรณีน้ำท่วมในภาคใต้ ทำให้ยางพาราหายไปจากตลาดประมาณ 20%ส่งผลทำให้ราคายางพาราดีขึ้น เพราะความต้องการของพ่อค้ามีมาก
ทางด้านนายธีระชัย แสนแก้ว ประธานคณะกรรมการเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางพาราแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ 2 ครั้งที่ผ่านมาถือว่ารุนแรงมาก หลังน้ำลดทางเครือข่ายจะให้ทางสถาบันเกษตรกรซึ่งมีทุกจังหวัดส่งคนไปสำรวจข้อมูลความเสียหายร่วมกับเจ้าหน้าที่การยางแห่งประเทศไทย โดยทางเครือข่ายสถาบันฯก็จะนำเอาจำนวนวันที่เกษตรกรไม่สามารถกรีดยางได้ จากการการประสบอุทกภัยทั้ง 2 ครั้ง มารวมกันว่ามีกี่วัน เพื่อคิดคำนวณตัวเลขการขาดรายได้ของเจ้าของสวน และคนกรีดยาง ส่งให้ กยท.เสนอไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยางแห่งชาติ (กนย.) ซึ่งมีนายกรัฐนตรีเป็นประธาน นำเสนอ ครม.ขออนุมัติงบประมาณความช่วยเหลือให้แก่เจ้าของสวนและคนกรีดในอัตราต่อไร่ต่อไป ซึ่งจะใช้หลักการเดียวกับกรณีรัฐบาลให้ความช่วยเหลือเกษตรกรขณะราคายางพาราตกต่ำ แต่จะขอให้ชดเชยให้ไร่ละเท่าไร ต้องทำการสำรวจอย่างละเอียดต่อไป
ทั้งนี้ พื้นที่การปลูกยางพาราในภาคใต้มีจำนวนน 75%ของพื้นที่ปลูกทั่วประเทศ อุทกภัยที่เกิดอย่างรุนแรง 2 ครั้งในรอบ 1 เดือน ทำให้กระทบสวนยางที่เปิดกรีดแล้วรวมกว่า 8 ล้านไร่ ซึ่งปกติจะมียางพาราออกสู่ตลาดวันละประมาณ 240 ล้านกิโลกรัม ดังนั้น จึงเกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจหลายพันล้านบาท ก่อนหน้านี้เกษตรกรประสบปัญหาราคายางพาราตกต่ำ แต่พอราคายางกระเตื้องขึ้นมา ก็มาประสบอุทกภัยกรีดไม่ได้ บางส่วนทำให้ยางตาย หรือได้รับความเสียหาย เช่น ต้นยางเกิดโรค และก็จะเข้าถึงฤดูปิดกรีดอีก ซึ่งถือเป็นเคราะห์ซ้ำกรรมซัดของเกษตรกรชาวสวนยางพาราจริงๆ