สำหรับพฤติการณ์ของผู้ต้องหาคือ ช่วงเดือน ก.ย.-ธ.ค. 59 มีผู้เสียหายหลายราย เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า มีคนร้ายเข้ามาหลอกเอาเงินจากร้านค้าต่างๆ หลากหลายวิธี อาทิ ทำทีคุยโทรศัพท์กับเจ้าของร้านค้าเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนจะหลอกพนักงานเก็บเงิน ว่าเจ้าของร้านให้มารับเงิน หรือทำทีเป็นเจ้าหน้าที่รัฐฯ มาเก็บภาษีป้าย ก่อนจะหลบหนีไป เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมภาพจากล้องวงจรปิด กระทั่งทราบว่าผู้ก่อเหตุทั้งหมดเป็นคนเดียวกัน และทราบว่าคนร้ายคือนายเศรษฐา จึงขอศาลออกหมายจับ ฝ่ายสืบสวนสืบทราบว่า ผู้ต้องหาหลบหนีไปพักกับแม่ที่ จ.ชัยภูมิ ก่อนติดตามจับกุมร่วมกับ สภ.เมืองชัยภูมิ ขณะผู้ต้องหากำลังเที่ยวงานประจำปี ที่ จ.ชัยภูมิ
จากการสอบสวน นายเศรษฐา ให้การยอมรับว่า เป็นช่างรับจ้างทำกระจกอะลูมิเนียม เมื่อรับงานในต่างจังหวัดก็จะอาศัยจังหวะก่อเหตุลักษณะนี้ ทำมาแล้วกว่า 20 ครั้ง เงินที่ได้มานำไปเล่นพนัน เมื่อเงินหมดก็จะตระเวนก่อเหตุใหม่ ทั้งในพื้นที่ กทม. และนนทบุรี โดยก่อนก่อเหตุจะยืนสังเกตอยู่หน้าร้าน และจะเลือกร้านที่คนน้อย พนักงานเป็นผู้หญิง และผู้จัดการไม่อยู่ จากนั้นจึงเข้าไปหลอกเอาเงินจากพนักงานเก็บเงิน เนื่องจากหลอกง่าย ส่วนใหญ่พนักงานเก็บเงินจะไม่ได้พูดคุยกับเจ้าของร้านโดยตรง เหมือนอย่างผู้จัดการ เมื่อได้เงินมาก็จะขึ้นรถจยย.รับจ้างหลบหนี จากการตรวจสอบประวัติ ผู้ต้องหาก่อเหตุลักษณะดังกล่าวมาแล้วหลายครั้งในพื้นที่ สน.ทองหล่อ 5 คดี พื้นที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ พื้นที่ จ.นนทบุรี จ.พิษณุโลก จ.สงขลา โดยผู้เสียหายสามารถมาชี้ตัวผู้ต้องหาได้ ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ดำเนินคดีต่อไป