15 ม.ค. 60 -นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ) กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ว่า ขณะนี้ในพื้นที่ภาคใต้ และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับผลกระทบรวม12จังหวัด รวม 119 อำเภอ 722 ตำบล 5,613 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 531,911 ครัวเรือน 1,621,414 คน ผู้เสียชีวิต 41 ราย สถานที่ราชการเสียหาย 20 แห่ง ถนน 1,172 จุด คอสะพาน191แห่ง ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว6จังหวัด ได้แก่ ยะลา ระนอง นราธิวาส ปัตตานี กระบี่ และชุมพร ยังคงมีสถานการณ์ใน 6 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง สงขลา ตรัง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และประจวบคีรีขันธ์ รวม 34 อำเภอ194ตำบล 1,398 หมู่บ้าน โดยจ.พัทลุง มีสถานการณ์น้ำท่วมใน5อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองพัทลุง อำเภอควนขนุน อำเภอปากพะยูน อำเภอเขาชัยสน และอำเภอบางแก้ว รวม 12 ตำบล 37 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 27,274 ครัวเรือน 64,018 คน อพยพ 233 ครัวเรือน 663 คน ผู้เสียชีวิต 5 ราย จ.สงขลา มีสถานการณ์น้ำท่วมใน5อำเภอ ได้แก่ อำเภอควนเนียง อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสิงหนคร อำเภอสทิงพระ และอำเภอระโนด รวม 17 ตำบล 86 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ8,880ครัวเรือน 26,715 คน อพยพ 19 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 3 ราย จ.ตรัง มีสถานการณ์น้ำท่วมใน 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองตรัง และอำเภอกันตัง รวม 19 ตำบล 119 หมู่บ้าน3เทศบาล18ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 5,242 ครัวเรือน 18,369 คน อพยพ 776 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 2 รายอธิบดีปภ. กล่าวต่อว่า ขณะที่จ.สุราษฎร์ธานี มีสถานการณ์น้ำท่วมใน6อำเภอ ได้แก่ อำเภอพระแสง อำเภอเวียงสระ อำเภอเคียนซา อำเภอบ้านนาสารอำเภอบ้านนาเดิม และอำเภอพุนพิน รวม 37 ตำบล 202 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 8,645 ครัวเรือน 24,905 คน ประชาชนอพยพ 190 ครัวเรือน 614 คน ผู้เสียชีวิต 7 ราย ด้านจ.นครศรีธรรมราช มีสถานการณ์น้ำท่วมใน 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอชะอวด อำเภอหัวไทร อำเภอปากพนัง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอพระพรหม อำเภอถ้ำพรรณรา และอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช รวม 72 ตำบล 629 หมู่บ้าน 84 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 145,294 ครัวเรือน 460,270 คน ผู้เสียชีวิต 11 ราย และจ.ประจวบคีรีขันธ์ มีสถานการณ์น้ำท่วมใน8อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางสะพาน อำเภอทับสะแก อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ อำเภอบางสะพานน้อย อำเภอกุยบุรี อำเภอสามร้อยยอด อำเภอหัวหิน และอำเภอปราณบุรี รวม 37 ตำบล 325 หมู่บ้าน 2 เทศบาล 25 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 30,810 ครัวเรือน 66,486 คน อพยพ 105 ครัวเรือน 320 คน ผู้เสียชีวิต 4 ราย ซึ่งสถานการณ์ภาพรวมในปัจจุบันระดับน้ำลดลงทุกจังหวัดแล้ว"ในการติดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ในช่วงวันที่ 16 - 18 ม.ค.นี้ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น และในช่วงวันที่19 20มกราคม มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พักปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้นอีก ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง พังงา ภูเก็ต สงขลา กระบี่ ตรัง ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง ทะเลมีคลื่นสูง2-3เมตร จึงได้ประสานจังหวัดและศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย เตรียมรับมืออุทกภัยและดินถล่ม จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ในพื้นที่เสี่ยงภัยอย่างใกล้ชิด ประจำจุดเสี่ยงให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงที" อธิบดี ปภ. กล่าว ด้านนายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย ภายหลังได้มีการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บก.ปภ.ช.) ได้มีมาตรการรับมืออุทกภัยรับมือมรสุมที่มากับสถานการณ์ฝนตก โดยมีหนังสือ "ด่วนที่สุด" เรื่อง "การเตรียมแก้ไขปัญหาอุทกภัยระลอกใหม่" ที่อาจเกิดในช่วง 16 ม.ค. 2560 ในที่ประชุมซักซ้อมเตรียมการปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุ และแก้ไขปัญหาสถานการณ์น้ำท่วมไว้ 10 ข้อ ดังนี้1.ขณะนี้มีการประกาศยกระดับภัยจากระดับ 2 เป็นระดับ 3 แล้ว จึงให้จังหวัดแต่งตั้งหัวหน้าผู้รับผิดชอบงานป้องกันและบรรเทาสาธารณ ภัยระดับจังหวัดจาก ปภ.จังหวัดเป็นระดับ รอง ผวจ.หรือ ปลัดจังหวัด ในระดับอำเภอให้มอบหมายปลัดอำเภออาวุโสรับผิดชอบแทนปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคงหรือปลัดป้องกันส่วนพื้นที่องค์กรปกครองท้องถิ่นให้มอบหมายปลัด อปท. แทนผอ.กองป้องกันบรรเทาสาธารณภัยท้องถิ่น ทั้งนี้ขอให้ผู้บังคับบัญชาหน่วยงานได้ประชุมเน้นย้ำและกำกับติดตามงานโดยใกล้ชิดรวมทั้งให้มีการระดมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทุกหน่วยมาร่วมงานช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยให้พร้อมเพรียงกันตามแผนการป้องและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เจ้าหน้าที่ไม่ควรอ้างคำสั่งแบ่งงานตามภาวะปกติเพื่อปฏิเสธงานหรือความรับผิดชอบในการช่วยเหลือดูแลประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในครั้งนี้อย่างเด็ดขาด2.พื้นที่ที่คาดว่า อาจเกิดเหตุน้ำท่วมสูงในรอบนี้คือ บริเวณที่ลุ่มต่ำอำเภอพุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี และอำเภอรอบทะเลน้อย จ.พัทลุงต่อเนื่องทะเลสาบสงขลาบริเวณอ.ระโนดนั้น ขอให้ผวจ.ในพื้นที่ได้ประสานงานกับหน่วยทหารเรือ หรือหน่วยชลประทาน และหน่วยต่างๆเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำในพื้นที่ดังกล่าว ล่วงหน้าเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ไว้ก่อนตามข้อตกลงในการประชุมเมื่อ 14 ม.ค.60 โดยขอมอบหมายให้ รอง อ.ปภ.ตรวจสอบ (check list)กับ หน.สปฉ.ประจำบก.ภ.ช.ส่วนกลางว่าได้สั่งการให้หน่วยงานต้นสังกัดได้สนับสนุนบก.ปภ.ช.(สน.)และหน่วยปฏิบัติในพื้นที่แล้วหรือไม่3.เมื่อเกิดน้ำท่วมจนเกิดพื้นที่วิกฤตขอให้แต่งตั้งผบ.เหตุการณ์เป็นการเฉพาะเพื่อเข้าไปรับผิดชอบพื้นที่โดยตรงเพื่อประสานงานกับหน่วยต่างๆในการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนตามขั้นตอนต่างๆที่ได้แจ้งไปแล้ว ( 5 ขั้นตอนบริหารจัดการสถานการณ์วิกฤต) เหมือนการดำเนินการที่ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราชและอ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์4.ขณะนี้มีการอนุมัติให้ขยายวงเงินงบกลางเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยฯเป็นจังหวัดละ 50 ล้านบาทพร้อมทั้งได้ยกเว้นระเบียบให้จังหวัดสามารถใช้งบฯดังกล่าวแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในเรื่องต่างๆได้แล้ว เช่นการซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงสนับสนุนหน่วยงานทหารหรืออื่นๆที่ใช้เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆมาแก้ไขปัญหาให้พื้นที่ จึงขอให้จังหวัดศึกษาระเบียบแนวทางใหม่ดังกล่าวให้เข้าใจ โดยอาจมอบคลังจังหวัดหรือบก.ปภ.ช(ส่วนหน้า) หรืออาจขอให้สำนักงานคลังเขตเข้ามาดูแลเรื่องระเบียบดังกล่าวให้ผู้ปฏิบัติด้วยก็ได้5.ขอให้วางแผนการบริหารการแจกจ่ายถุงยังชีพต่างๆให้เป็นระบบและทั่วถึงครอบคลุมผู้ประสบภัยทุกครัวเรือนซึ่งในที่ประชุม กอ.ปภ.ช.ได้มอบหมายหน่วย พม.รับผิดชอบจัดทำแผนการแจกจ่ายในระดับจังหวัด ส่วนในระดับพื้นที่ให้พิจารณามอบหมายสำนักงานพัฒนาชุมชนหรือขอความร่วมมือหน่วยงานด้านการศึกษาเข้ามารับผิดชอบดำเนินการ ขณะเดียวกันในจุดวิกฤตหรือที่พักพิงผู้ประสบภัยให้พิจารณาจัดตั้งครัวเคลื่อนที่หรือแจกจ่ายอาหารปรุงเสร็จซึ่งต้องดูแลเรื่องอนามัยความปลอดภัยจากสิ่งสกปรกด้วย6.ในพื้นที่ที่ภัยยุติหรือน้ำลดแล้วให้มอบหมาย อปท. และหน่วยงานสาธารณสุขและ/หรือหน่วยงาน ทส.เข้าไปดำเนินการเร่งทำความสะอาด (big cleaning)พ่นยาฆ่าเชื้อทำความสะอาด (เป่าล้าง)บ่อบาดาล/ท่อน้ำประปาหมู่บ้าน/ชุมชนรวมทั้งจัดทีมแพทย์ไปแนะนำการป้องกันโรคหลังน้ำท่วมเช่น โรคฉี่หนู/โรคตาแดง/ท้องร่วง/ไข้หวัดไว้ด้วย7.ขณะนี้มีรายงานจำนวนผู้เสียชีวิตระหว่างน้ำท่วมมากขึ้นโดยไม่ได้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมโดยตรง จึงให้จังหวัดและหน่วยประชาสัมพันธ์ประจำบก.ปภ.ช.(สน.)ได้เร่งชี้แจงทำความเข้าใจและ/หรือแนะนำเกี่ยวกับการใช้ความระมัดระวังการใช้ชีวิตระหว่างน้ำท่วมให้กว้างขวางด้วย8.ขอให้จังหวัดเร่งรัดส่งรายงานสถานภาพครอบครัวผู้ประสบอุทกภัยที่เสียชีวิตแล้วมายัง บก.ปภ.ช.ภายใน เวลา 15.00 น.ในวันที่ 16 ม.ค. 2560 ด้วย9.ขอให้จัดทำระบบการรับเงินบริจาคหรือการใช้เงินบริจาคให้ถูกต้องตามระเบียบและมีความรัดกุมโปร่งใสโดยอาจมอบหมายให้คลังจังหวัดหรือเสมียนตราหรือเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายในเข้ามารับผิดชอบดำเนินการประจำ กอ.ปภ.จ./อำเภอและอปท.ด้วยก็ได้10.ในพื้นที่จ.ยะลา/นราธิวาส/ปัตตานี/ระนองหรือพื้นที่อื่นๆซึ่งเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติแล้วขอให้จังหวัดเร่งสำรวจความเสียหายด้านต่างๆรวมทั้งการเยียวยาประชาชนที่ประสบอุทกภัยตามระเบียบต่างๆให้เรียบร้อยและรวดเร็วรวมทั้งให้ศึกษาทบทวนแผนปฏิบัติงานเดิมที่ไม่ประสบผลสำเร็จ (lesson learned)และพื้นที่เกิดเหตุซ้ำซากเพื่อนำมาพิจารณาปรับปรุงวางแนวทางและโครงการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในระยะยาว เช่น การแก้ไขสิ่งกีดขวางทางระบายน้ำ/การสร้างแหล่งเก็บกักน้ำ(แก้มลิง )ประการสำคัญให้นำแนวทางบริหารจัดการน้ำท่วมและน้ำแล้งตามพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้พระราชทานแนวทางไว้ให้แล้วมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ด้วย.