1.โดยก่อนหน้านี้ในช่วงที่เป็นผู้สมัครของพรรครีพับลิกัน โดนัลด์ ทรัมป์ เคยกล่าวหาเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่าทำการกดอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำมานาน รวมทั้งจัดทำนโยบายทางการเงินภายใต้แรงจูงใจทางการเมือง และทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐไม่สามารถสะท้อนความเป็นจริงทางเศรษฐกิจ
แต่ในที่สุดเฟดได้ขึ้นดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% เป็น 0.75% ในการประชุมครั้งสุดท้ายของปี 2016 พร้อมแถลงชัดเจนที่จะปรับขึ้นอีก 3 ครั้งในปีนี้ โดยให้เหตุผลเนื่องจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่ภาวะเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น รวมทั้งภาวะการจ้างงาน และตัวเลขการว่างงานอยู่ในเกณฑ์ดีตามเป้าหมาย ซึ่งนักวิเคราะห์ในตลาดมองว่า การตัดสินใจของเฟดอาจเป็นการท้าทายนโยบายที่พยายามกระตุ้นเศรษฐกิจของทรัมป์
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังต้องการให้เปลี่ยนแปลงเสียงโหวตในคณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟด หรือ FOMC โดยมีสัดส่วนของสายเหยี่ยวในการตัดสินเรื่องนโยบายการเงินมากขึ้น ซึ่งบุคคลที่ตกเป็นเป้าหมายในการเปลี่ยนแปลงคงหลีกเลี่ยงไม่พ้นเจเน็ต เยลเลน และสแตนลีย์ ฟิทช์เชอร์ ที่มีกำหนดครบวาระในตำแหน่งประธานและรองประธานเฟดในช่วงกลางปี 2018
2.ทรัมป์เปิดการแถลงข่าวเป็นครั้งแรก ก่อนเข้าพิธีสาบานตนเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 45 ในวันที่ 20 มกราคม ใช้เวลาถึง 58 นาทีในช่วงค่ำวานนี้ โดยทรัมป์ปฏิเสธข้อกล่าวหาในข้อมูลลับของสำนักข่าวกรองสหรัฐ ที่ว่าทีมเลือกตั้งของทรัมป์ทำการติดต่ออย่างลับๆ กับรัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งจนชนะเลือกตั้งนั้นเป็นเรื่องเท็จ ซึ่งเป็นเรื่องคนไม่ปกติที่ออกมากล่าวหาแบบนั้น โดยตนได้สั่งให้มีการสอบสวนในเรื่องนี้ภายใน 90 วัน
พร้อมกันนี้ทรัมป์ยังระบุการแฮ็กข้อมูลลับไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะจากรัสเซีย แต่ยังมีประเทศอื่นๆ ด้วย แม้กระทั่งจีน โดยทรัมป์เชื่อว่า หลังจากเข้ารับตำแหน่งแล้ว เชื่อว่ารัสเซียจะให้ความเป็นมิตรกับสหรัฐมากขึ้นด้วย เพราะประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน ชื่นชอบตนเอง
3.ท่ามกลางบรรยากาศความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศและของโลก โดยเงิน Lira ของตุรกีในขณะนี้กลายเป็นสกุลเงินที่มีความผันผวนและขาดเสถียรภาพมากที่สุดในโลก และเป็นสกุลเงินที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งค่าเงิน Lira ดิ่งลงถึง 9% นับตั้งแต่ต้นปีนี้ นอกเหนือจากอีกสองสกุลเงินที่อ่อนค่าลงอย่างหนักทั้งเม็กซิกันเปโซที่ร่วงลง 5% และเงินปอนด์อังกฤษร่วงลง 2% ในช่วงเวลาเดียวกัน
เนื่องจากเศรษฐกิจของตุรกีที่ตกต่ำลงและการขาดความเชื่อมั่นในระบบการเงินเกิดการตึงตัวอย่างหนัก โดยเฉพาะการเกิดภาวะขาดดุลบัญชีเดินสะพัดจำนวนมหาศาลถึง 590 ล้านดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ส่งผลให้ค่าเงินตุรกีร่วงมาอยู่ที่ระดับ TRY 3.8925 ต่อดอลลาร์นับเป็นอัตราที่ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ที่ทำให้ธนาคารกลางตุรกีต้องแทรกแซงตลาด ขณะเดียวกันก็สั่งแบงก์ให้เพิ่มการกันสำรอง เพื่อหยุดการเทขายเงินตุรกี
ในขณะที่อัตราเสี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ Credit Default Swaps ระยะ 5 ปีพุ่งขึ้นเป็น 2.88% ทั้งนี้ตลาดหุ้นตุรกีเคยติดอันดับหนึ่งที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดของตลาดหุ้นทั่วโลกในปี 2012 และยังติดอันดับ 9 ในปี 2014
4.ขณะที่บลูมเบิร์กเปิดเผย 10 อันดับตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีสุดของตลาดหุ้นโลก หลังเกิดภาวะความผันผวนอย่างรุนแรงในเรื่องค่าเงินของปี 2106 โดยเรียงอันดับจาก 1-10 ประกอบด้วย บราซิล คาซักสถาน เปรู รัสเซีย ปากีสถาน นามีเบีย ฮังการี โมร็อคโค โคลอมเบีย และบัลกาเรีย
แต่หลังจากที่มีการปรับปรุงโดยตัดปัจจัยเสี่ยงของค่าเงินออกไปแล้ว ตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่ให้ผลตอบแทนหุ้นที่ดีที่สุด 10 อันดับแรกของตลาดหุ้นโลกคือ คาซักสถาน ปากีสถาน โมร็อคโค เปรู อียิปต์ โครเอเชีย บัลกาเรีย เอสโทเนีย จาไมก้า และรัสเซีย โดยเทรดที่ระดับ P/E Price Earnings Ratio ที่ 12.1 เท่า
5.ทิศทางราคาทองสดใสมากขึ้นในช่วงการแถลงข่าวของทรัมป์เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ปิดตลาดที่ 1,194 ดอลลาร์ต่อออนซ์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากที่ร่วงลงต่ำที่ 1,128 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 22 ธันวาคมปีที่แล้ว สวนทาง Dollar Index ที่เคลื่อนไหวอย่างผันผวนปรับตัวขึ้นไปเฉียดระดับ 103 ที่ 102.94 ก่อนทิ้งตัวลดลงที่ 101.29 ก่อนทรงตัวปิดที่ 101.74 ในขณะที่หุ้นทั้ง 3 ตลาดในวอลล์ สตรีทปรับตัวขึ้นในแดนบวก ดาวโจนส์พุ่งขึ้น 98 จุด หรือ 0.5% ปิดที่ 19,954 ส่วน S&P 500 ปิดที่ 2,275 เพิ่มขึ้น 0.28% และ Nasdaq ปิดที่ 5,563 เพิ่มขึ้น 0.21%
สำหรับการเคลื่อนไหวของตลาดบอนด์เริ่มมีแรงซื้อกลับเข้าตลาดโดยบอนด์ยีลด์อายุ 10 ปีของสหรัฐปรับลดลงต่อเนื่องมาอยู่ที่ 2.37% หลังจากที่เคยขึ้นไปจุดสูงสุดที่ 2.60% ในช่วงปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา