นายวราพงษ์ สอนน่วม อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 33/2560 ลงวันที่ 10 ม.ค. 60 ในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืนในสถานที่ราชการโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ และบุกรุกในเวลากลางคืน พร้อมของกลางปลากระป๋องจำนวน 4 กระป๋อง วิทยุสื่อสารยี่ห้อ KENWOOD 1 เครื่อง กระเป๋าสะพายข้าง 2 ใบ รถจยย.ยี่ห้อฮอนดา รุ่นคลิก สีเขียว-ดำ ทะเบียน ลยล 400 กรุงเทพมหานคร เสื้อผ้าและอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อเหตุ โดยจับกุมได้ที่หน้าเพิงพักไม่มีเลขที่ ใต้สะพานบางบัว แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม.
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 2 มกราคม ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุลักทรัพย์ภายในศาลอาญา เจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าเป็นผู้ก่อเหตุคือนายวราพงษ์ สอนน่วม จึงทำการสืบสวนต่อจนพบนายวราพงษ์ สอนน่วม ได้พักอยู่ที่เพิงพักไม่มีเลขที่ ใต้สะพานบางบัว แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม นายวราพงษ์รับสารภาพว่า ภายในเพิงพักไม่มีเลขที่ ใต้สะพานบางบัว แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. ได้มีทรัพย์สินจากการก่อเหตุลักทรัพย์ที่ศาลอาญา ตำรวจจึงขอตรวจค้นพบของกลางดังกล่าวซุกซ่อนอยู่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวมาสอบสวนเพิ่มเติม
ด้านนายวราพงษ์ รับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุจริง ที่ก่อเหตุเนื่องจากไม่มีเงิน ประกอบกับเมาสุราและได้เสพยาเสพติด(ไอซ์)เข้าไป จึงจำรายละเอียดในการก่อเหตุไม่ได้ ก่อนหน้านี้ได้ประกอบอาชีพรับจ้างเข็นของที่ตลาด ซึ่งตอนนี้ไม่ได้ประกอบอาชีพอะไร วันเกิดเหตุตนได้แอบเข้าไปในศาลอาญาก่อนจะหยิบของทุกอย่างที่หยิบได้ และนำของไปขายเพื่อนำเงินที่ได้มาเสพยาและใช้จ่ายส่วนตัว
ขณะที่พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า การตรวจสอบประวัตินายวราพงษ์พบถูกดำเนินคดีเสพยาเสพติด และยังยอมรับอีกด้วยว่าขณะก่อเหตุได้เสพสารเสพติดเข้าไป ประกอบกับมีอดีตแฟนทำงานเป็นแม่บ้านในศาลซึ่งได้เลิกรากันไปเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมาจึงคุ้นเคยเส้นทางภายในเป็นอย่างดี ทั้งนี้นายวราพงษ์ เป็นอดีตพ่อบ้านที่ทำงานในศาลอุทรณ์ตั้งแต่ปี 47 ต่อมาปี 54 ได้ก่อเหตุลักทรัพย์ตู้บริจาคจากศาลอุทธรณ์ จึงถูกออกหมายจับและนายวราพงษ์ได้หลบหนีไปตั้งแต่ปี 54 จนมาก่อเหตุซ้ำอีกอีกและถูกจับกุมได้ดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังการแถลงข่าวเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายวราพงษ์ไปชี้จุดทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณซอยด้านข้างศาลอาญาหรือซอยซ่องโจร ซึ่งนายวราพงษ์ ได้ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดไว้ ก่อนที่จะปีนเข้าไปภายในศาล และยังเป็นจุดเดียวกันที่นายวราพงษ์ใช้ปีนหลบหนีออกมาก่อนจะทำหมวกไหมพรมตกลงที่พื้น จากนั้นได้คุมตัวนายวราพงษ์ไปชี้จุดภายในอาคารศาลอาญา ซึ่งเป็นห้องต่างๆ ที่นายวราพงษ์ได้เข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์สิน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายวราพงษ์มาฝากขังไว้ที่สน.พหลโยธิน และในวันที่ 13 มกราคม จะนำตัวนายวราพงษ์ไปฝากขังที่ศาล เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป