จากนั้นเวลา 14.00น.นายกฯและคณะ เดินทางโดยรถยนต์จากศาลากลางจังหวัดนราธิวาส ไปยังที่ว่าการอำเภอระแงะ เพื่อเยี่ยมเยียนและพบปะประชาชนราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยและวาตภัย พร้อมมอบถุงยังชีพให้กับประชาชนจำนวน 1 พันคน จากนั้น นายกฯได้ขึ้นกล่าวกับประชาชนบนเวทีว่า วันนี้มาที่นี่ทีไรก็รู้สึกดี เพราะคนที่นี่น่ารักทุกคน เมื่อคืนนอนไม่หลับเพราะเป็นห่วงประชาชน มาไม่รู้ว่า จะเจอปัญหาอะไรไหม แล้วมาได้หรือเปล่า จะติดฝนหรือเปล่า แต่ตั้งใจมาหอบความปรารถนาดีคนกรุงเทพฯและความสุขปีใหม่ ซึ่งพวกเราไม่ได้มีความสุขมากนัก เพราะติดปัญหาอุทกภัย ตนอยากจะมานานแล้ว แต่ด้วยปัญหาหลายอย่างต้องเห็นใจรัฐบาล ที่วันนี้ต้องดูแลประเทศทั้งประเทศในทุกๆเรื่อง อยากให้ทุกคนมองเหมือนที่ทุกคนมองว่า ทำอย่างไรให้ประเทศมีความสุขทั้งประเทศ ซึ่งที่ผ่านมามีความสุข แต่อาจจะลุ่มๆดอนๆบ้าง วันนี้ก็ยากที่จะทำให้ได้ทีเดียว แต่ต้องเริ่่ิมต้นให้ได้ทุกคนนายกฯกล่าวว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงรับสั่งอยู่เสมอว่า คนใต้เป็นคนน่ารัก มีฝีมือ มีความอดทนต่อความยากลำบาก ขณะที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ใหม่ทรงห่วงใยพวกเรา ทรงรับสั่งเสมอมาให้รัฐบาลเสริมสร้างความเข้มแข็ง ดูแลทุกข์สุขประชาชนให้ได้มากที่สุด เหมือนกับที่เราเคยมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาก่อน และให้ใช้แนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบรมชนกนาถต่อไปให้ได้ วันนี้ตนมาเอากำลังใจมาเต็มเปี่ยม พร้อมที่จะพัฒนาภาคใต้ให้เท่าเทียมกับภาคอื่นๆในทุกๆด้าน โดยเฉพาะด้านการศึกษาที่ทำให้เราเรียนรู้เท่าเทียมกัน เพื่อเรารู้เท่าทันคนอื่น ว่าสิ่งที่เขาพูดมาเป็นอย่างไร เราต้องวิเคราะห์เอง ไม่เช่นนั้นเราจะถูกชักจูงไปได้ และกล่อมให้เกิดความขัดแย้งอยู่ร่ำไป
นายกฯกล่าวด้วยว่า วิถีทางทางการเมืองตนก็ไม่อยากไปยุ่งเกี่ยวด้วยอยู่แล้ว เป็นเรื่องของการเมืองที่วันหน้าต้องไปสู่การเป็นประชาธิปไตยอยู่แล้ว เพราะเป็นสากล แต่ต้องมีธรรมาภิบาล อย่าให้ใครมาบิดเบือนได้ เราต้องอยู่ร่วมกันให้ได้บนความแตกต่าง รัฐบาลมาวันนี้ด้วยใจเต็มร้อยและกลับไปด้วยใจเต็มร้อย เพื่อจะได้ไม่ท้อแท้และมีกำลังใจทำงาน วันนี้เราพูดถึงแผนงานด้านความมั่นคง คือความสงบเรียบร้อยใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราแก้ปัญหาเรื่องนี้เดินไปตามลำดับ แต่แน่นอนว่า ปัญหาเหล่านี้แก้ไม่ง่ายนัก แต่เรามุ่งมั่นด้วยเจตนารมณ์ของรัฐบาล ที่จะแก้ปัญหาด้วยสันติวิธี เอาปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีตมาดูว่า จะแก้ได้อย่างไร ที่เห็นต่างจะกลับเข้าสู่สังคมอย่างไร เหล่านี้เป็นเรื่องของกฎหมาย"รัฐบาลพยายามหาช่องทางพูดคุยด้วยสันติวิธี เพื่อไปสู่สันติสุข ไม่ใช่การพูดคุยสันติภาพ เพราะเราไม่ได้รบกันใหญ่โต แบบประเทศอื่นๆ เวลานี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะคุยกันให้รู้เรื่อง โดยทุกคนทั้งที่เห็นต่างและไม่เห็นต่าง ให้นึกถึงประชาชนที่นั่งอยู่ตรงนี้ว่า เราจะอยู่กันอย่างนี้ต่อไปได้อย่างไร หากยังมีการขัดแย้ง ด้วยวิถีทางการเมือง ทางศาสนา ทางการปกครอง มันเป็นไปไม่ได้ เพราะวันนี้โลกกำลังรวมตัวกันสร้างความเข้มแข็ง ไม่มีประเทศไหนที่จะแยกกันออกไป ที่แยกไปก็กลับมารวมกัน เพราะไปไม่รอด ด้วยโลกมีกติกาที่เยอะขึ้น อะไรที่เราอยู่บนความแตกต่างได้ ต้องอยู่กันให้ได้ รัฐบาลจะมีหน้าที่แก้ปัญหาให้ท่านอย่างยั่งยืน ปัญหาที่ทับถมมาในอดีต มันคือประวัติศาสตร์ที่มีไว้ให้เรียนรู้ มีไว้ไม่ให้ทำอีกต่อไปในสิ่งที่มันไม่ดี จะได้ไม่ขัดแย้ง ประวัติศาสตร์ที่ดีๆก็เอามาชื่นชมเอามาเป็นแบบอย่าง คนไทยไม่ว่าจะศาสนาใดๆก็ตาม
"ในหลวงรัชกาลที่ 9 รับสั่งเสมอว่าทุกคนที่เป็นคนไทยสัญชาติไทยต้องอยู่อย่างมีความสุขในแผ่นดินไทย ที่ผมพูดแบบนี้ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก็มีคนไปบิดเบือนเรื่องศาสนาเข้าไปอีกสร้างรถไฟฟ้าก็โดนอีก แสดงว่ามีคนเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์อยู่ เราต้องขจัดคนเหล่านี้ไปให้ได้ ถ้าเรายังอยู่กันอย่างขัดแย้ง เขาเหล่านั้นอาจจะได้ประโยชน์อะไรสักอย่าง ผมไม่รู้นะ แต่เราจะต้องไม่ขัดแย้ง และรัฐบาลปัจจุบันเป็นรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเมือง ผมไม่ได้ทำไปเพื่อการเมืองทั้งสิ้น ผมไม่ได้ต้องการให้ใครมารัก นั้นคือสิ่งที่ทุกๆรัฐบาลต้องคิดแบบนี้ ในเมื่อจะมาเป็นผู้บริหารราชการแผ่นดินต้องคิดถึงคนไทย 70 ล้านคน ไม่ใช่คิดพวกโน้นพวกนี้ มันไม่ได้ ถ้าคิดแบบนี้ประเทศไม่เจริญ เพราะจะแยกส่วน ความขัดแย้งก็จะเกิดขึ้น นำไปสู่การใช้ความรุนแรง ใช้อาวุธหรือสงคราม ซึ่งเราผ่านมาหมดแล้วทั้งสิ้น ผมยอมรับประเทศไทยเป็นประเทศที่มีเสรีมาโดยตลอด คนไทยไม่ชอบการถูกบังคับ แต่กฎหมายจำเป็นต้องมีใช้ในสังคมทุกประเทศ เพื่อทำให้บ้านเมืองสงบสุข แต่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง แต่ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย ผมก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกับท่าน ไม่ใช่เป็นนายกฯแล้วจะไม่อยู่ภายใต้กฎหมาย"นายกฯกล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนเป็นห่วงเรื่องน้ำ แต่จะไม่ให้ท่วมเลยไม่ได้ เพราะไม่ได้ทำอะไรที่ยั่งยืนมาก่อน
"ผมเจ็บปวด ผมอดทน ยิ่งมาอยู่ตรงนี้ เจ็บปวดแทนท่าน ไม่รู้จะทำอย่างไร จะอยู่อย่างนี้ต่อไปหรือ" ดังนั้น ต้องมาดูว่าปัญหาเหล่านี้จะแก้อย่างไร ทั้งเรื่องมั่นคง การลดสถานการณ์ความรุนแรง ปัญหาภัยธรรมชาติ เรื่องใดเล็กๆน้อยๆวันนี้ต้องแก้ทันที ส่วนเรื่องใดที่ต้องแก้ระยะยาวให้ทำตั้งแต่ปีนี้ต่อไป"
นายกฯ กล่าวว่า อย่าให้การทำงาน 2 ปีที่ผ่านมาล้มเหลวเลย สงสารตนเถอะ การแก้ที่ผ่านมาบางเรื่องไม่ใช่เรื่องยากหากได้รับความร่วมมือ จึงขอความร่วมมือกับประชาชน ให้ช่วยกัน โดยเฉพาะปัญหาภาคใต้ที่ระบบไฟฟ้ามีความจำเป็นเพราะไม่เสถียร จึงหาทางให้เกิดพลังงานที่มั่นคงในอนาคต โดยรัฐบาลนี้พร้อมเป็นสะพานเชื่อม ให้คนในพื้นที่ได้เหยีบบย่ำก้าวไปสู่ความสงบสุข ลดความรุนแรงในพื้นที่ เดินสู่อนาคตไปด้วยกัน เชื่อว่าในพื้นที่ชายแดนภาคใต้จะเป็นสวรรค์การท่องเที่ยวนำรายได้เข้ามาเป็นจำนวนมาก หากพบว่ามีปัญหาคับข้องใจให้บอกมาโดยตรง และในอนาคตให้มองหารัฐบาลที่สานต่อทำงานแบบนี้ และขอคำมั่นสัญญาให้ทุกคนจับมือร่วมมือกันอย่าต่อต้าน พาประเทศเดินหน้า เป็นแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าจะเชื้อชาติ ศาสนาใดคือคนไทยในแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์นี้ ขอให้ความสงบสันติจงมีแด่ทุกคน
จากนั้นนายกฯ ได้เดินทักทายข้าราชการ และประชาชนอย่างเป็นกันเอง ก่อนเดินทางกลับกทม.