เนชั่นทีวี

ข่าว

ดอลลาร์แรลลี่ บอนด์สหรัฐม้วนตัวลง หยวนเอาคืน 2 วันแข็งค่าขึ้น 2.5%

06 ม.ค. 2560 | nation_ent

ดอลลาร์แรลลี่ บอนด์สหรัฐม้วนตัวลง
หยวนเอาคืน 2 วันแข็งค่าขึ้น 2.5%

ดอลลาร์แรลลี่-บอนด์สหรัฐม้วนตัวกลับรุนแรง ขณะที่หยวนเอาคืนแข็งค่าขึ้น 2.5% ช่วง 2 วันหลังปีใหม่ยืนที่ 6.7869 ต่อดอลลาร์ หลังจีนเปิดศึกรักษาเสถียรภาพเงินหยวน ต้นทุนเงินกู้ในตลาดอินเตอร์แบงก์ฮ่องกงช่วงข้ามคืนตึงตัวหนักส่งผลดอกเบี้ยพุ่งขึ้นที่ 38% สูงสุดในรอบปี

ส่วน Dollar Index ผันผวนในขาลง พลิกตัวกลับอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วที่ 101.33 จากช่วงเปิดตลาดที่ 102.29 ส่งผลบอนด์ยีลด์ 10 ปีรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลดลงแตะ 2.42% จากที่พุ่งขึ้นเฉียด 2.6% เมื่อปลายปีที่แล้ว นักลงเริ่มกังวลสัญญาณเฟดชี้ Trump Effect หนุนดอลลาร์แข็งค่ารวดเร็วเกินไปอาจกระทบเศรษฐกิจสหรัฐนับจากนี้ไป

1.เงินหยวนเริ่มถอยห่างจากระดับ 7 หยวนต่อดอลลาร์หลับมาแข็งค่าขึ้น หลังจากปฏิบัติการ Reset เงินหยวนให้มีเสถียรภาพมากขึ้นทั้งการเพิ่ม 11 สกุลเงินเป็น 24 สกุลเงินในระบบตะกร้าเงินหยวน พร้อมกับลดน้ำหนักดอลลาร์ลงจาก 26% เหลือ 22% และการลดโควต้าแปลงหยวนเป็นเงินตราต่างประเทศลงเหลือ 50,000 หยวนที่เริ่มใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2017 นั้น
โดยเงินหยวนแข็งค่าขึ้น 1.4% ในวันพุธ และแข็งค่าต่อเนื่องอีก 1.2% ในวันที่สองเมื่อวันพฤหัสฯ แตะที่ระดับ 6.7869 ต่อดอลลาร์ในตลาดฮ่องกง รวมสองวันเงินหยวนเอาคืนแข็งค่าขึ้น 2.5% ขณะที่ตลาดเงินกู้ระหว่างธนาคารฮ่องกง หรือ Interbank เกิดการขาดแคลนเงินหยวนตึงตัวหนักหนุนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ช่วงข้ามคืนพุ่งขึ้นถึง 38.3% ในวันพฤหัสฯ เพิ่มขึ้นจากวันพุธที่ 16.95% สูงสุดในรอบหนึ่งปีเมื่อเทียบกับวันที่ 12 มกราคม 2016 ที่ 66.8% ขณะเดียวกับที่อัตราดอกเบี้ยเงินฝากช่วงข้ามคืนในฮ่องกงก็ได้พุ่งสูงเป็นจรวดที่ 105%


2.ความกังวลของนักลงทุนต่อการแข็งค่าของเงินดอลลาร์หลัง Dollar Index แข็งค่ามากที่สุดในรอบ 14 ปีพุ่งขึ้นเฉียด 104 ช่วงวันส่งท้ายปีที่ผ่านมา ขณะที่สัญญาณของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จากรายงานผลการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) เมื่อวันที่ 13-14 ธันวาคมนั้น ความเห็นบนโต๊ะประชุมแสดงความเป็นห่วงที่ดอลลาร์แข็งค่ารวดเร็วเกินไปโดยเฉพาะผลกระทบจาก Trump Effect
ในขณะที่มีรายงานก่อนหน้านี้ชี้ว่าเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด อยากเห็นค่าเงินดอลลาร์อยู่ที่ระดับ Dollar Index 97-98 เป็นระดับที่หนุนให้จีดีพีสหรัฐขยายตัวตัวต่อเนื่องในปีนี้ที่ 2.2% ซึ่ง Dollar Index ดังกล่าวเป็นระดับช่วงก่อนที่โดนัลด์ ทรัมป์ จะชนะเลือกตั้งในวันที่ 8 พฤศจิกายน อย่างไรก็ตาม การย่อตัวอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์นับตั้งแต่ต้นปี 2017 มานี้ยังคงเป็นภาวะที่เรียกว่าดอลลาร์แข็งค่าสุดในรอบ 10 ปีโดยล่าสุดเช้าวันนี้ Dollar Index อยู่ที่ 101.42


3. จากผลกระทบของ Trump Effect เงินดอลลาร์แข็งค่าถึง 5.2% เมื่อเทียบกับสกุลเงินในกลุ่ม G-10 ที่ประกอบด้วยเบลเยียม เยอรมัน ฝรั่งเศส อิตาลี แคนาดา ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ อังกฤษ โดยรวมถึงสหรัฐด้วย ในช่วงเช้าวันนี้หลายๆ สกุลแข็งค่าขึ้นทั้งเงินเยนอยู่ที่ 115 จากที่ร่วงลงที่ 118 เยน เงินยูโรอยู่ที่ 1.06 ดอลลาร์จากที่เคยร่วงลงแตะ 1.03 ดอลลาร์ในเดือนธันวาคม และเงินปอนด์อยู่ที่ 1.24 ดอลลาร์ จากที่ลงไปที่ 1.21 ดอลลาร์


4.ส่วนปฏิกิริยาของตลาดหุ้นสหรัฐ มีการปรับตัวลดลงของดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 19,899 ลดลง 42 จุดหรือ 0.21% และ S&P 500 ปิดที่ 2,269 ลดลง 0.08% ยกเว้น Nasdaq ปิดตลาดที่ 5,487 เพิ่มขึ้น 0.2% ส่วนหุ้นยุโรปมีทั้งบวกและลบในส่วนต่างที่แคบๆ แทบจะไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้า ในขณะที่บอนด์ยีลด์ 10 ปีของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐร่วงลงที่ระดับ 2.42%

5.ขณะที่ราคาทองคำเคลื่อนไหวในทิศทางที่สูงขึ้นต่อเนื่องในช่วง 8 วันจาก 10 วันทำการ สวนกระแสการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ ราคาทองมีการเคลื่อนไหวที่ 1,179-1,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เทียบกับช่วงปลายปีที่แล้วโดยปิดตลาดที่ 1,147 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2016

ข่าวล่าสุด