ข้อหาอั้งยี่ และปล่อยเงินกู้นอกระบบผิดกฎหมาย ที่ดีเอสไอตั้งให้กับเสี่ยวิชัย เจ้าพ่อเงินกู้นอกระบบ ทำให้วันนี้ดีเอสไอต้องเชิญปปง.มาร่วมประชุม เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน ขยายผลหาตัวผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆกว่า 2,000 คน และใช้อำนาจอายัดทรัพย์เครือข่ายนายวิชัยที่เจ้าหน้าที่ยึดไว้ได้ก่อนหน้านี้การประชุมร่วมกัน ระหว่างกระทรวงยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือปปง. เพื่อจัดการทรัพย์สินที่ยึดได้จากนายวิชัย ปั้นงาม เจ้าพ่อเครือข่ายเงินกู้นอกระบบรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา โดยมี พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พ.ต.ท.ชลภัทร ปานสกุล รักษาราชการแทนผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสืบสวนอาชญากรรมพิเศษ ดีเอสไอ และตัวแทนจาก ปปง.เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้
พ.ต.อ.ดุษฎี เปิดเผยก่อนเข้าร่วมประชุมว่า วันนี้ได้เชิญปปง. มาร่วมตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อขยายผลหาตัวผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ และใช้อำนาจยึดทรัพย์เครือข่ายนายวิชัย ที่มีทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ตู้นิรภัย เงินสด อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และของมีค่าหลายรายการ รวมมูลค่าทรัพย์สินกว่า 150 ล้านบาท และเงินหมุนเวียนในระบบอีกกว่า 4,000 ล้านบาท
โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตรวจพบการทำธุรกรรมต้องสงสัยจำนวนมากของนายวิชัย ทั้งการโอนเงินไปซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ และโอนต่อไปยังบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเรื่องนี้จะเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายฟอกเงินของปปง. หรือไม่นั้น ยังอยู่ในระหว่างสอบสวนเพิ่มเติม
นอกจากนี้ยังพบหลักฐานเพิ่มเติมว่า นายวิชัยรับโอนเงิน 46 ล้านบาท จากนักการเมืองหญิงรายหนึ่ง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานให้สำนักงานปปง. เข้ามาตรวจสอบ แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่า จะเรียกนักการเมืองหญิงรายนี้มาให้ข้อมูลเมื่อใด ส่วนการดำเนินคดีกับนายวิชัย ที่หลบหนีไปประเทศกัมพูชาแล้วนั้น พ.ต.อ.ดุษฎียังบอกอีกว่า แม้ไทยกับกัมพูชาจะไม่มีสนธิสัญญาเรื่องส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน แต่ก็ไม่กังวลเรื่องนี้ เพราะเจ้าหน้าที่จะส่งข้อมูลผู้ต้องหาให้ทางการกัมพูชา และเชื่อว่า ทางการกัมพูชาจะผลักดันผู้ต้องหารายนี้ออกนอกประเทศอย่างแน่นอน