ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ - พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก สตช. เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในส่วนของการจราจรในช่วง 7 วันอันตราย ว่า จากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเป็นการเก็บสถิติตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2559 ถึงวันที่ 3 มกราคม 2560 พบว่า มีผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก รวมทั้งสิ้น 669,037 ราย โดยพบความผิดกรณีไม่มีใบอนุญาตขับรถมากที่สุดเป็นอันดับ 1 รองลงมาคือไม่สวมหมวกกันน็อค และไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ส่วนตัวเลขอย่างเป็นทางการนั้นต้องรอผลสรุปจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. อีกครั้ง ด้านพลตำรวจตรีปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ในปีนี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดในส่วนของการจราจรในช่วง 7 วันอันตราย ได้เกือบ 700,000 ราย และมีกรณีอุปกรณ์ภายในรถไม่สมบูรณ์ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก มากกว่า 5,000 ราย ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าในจำนวนผู้กระทำผิดมีข้อหาเมาสุราแล้วขับรถเพียงกว่า 10,000 ราย แสดงให้เห็นว่าประชาชนตื่นตัวและตอบรับมาตรการเมาไม่ขับที่รัฐบาลพยายามรณรงค์มาอย่างต่อเนื่อง สำหรับยอดสถิติการเสียชีวิต ที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนนั้น เนื่องจากประชาชนทยอยเดินทางออกจากกรุงเทพ โดยเดินทางไม่พร้อมกัน ซึ่งบางส่วนได้เดินทางตั้งแต่ช่วงวันคริสต์มาสที่ผ่านมา ประกอบกับมีการใช้ทางเลี่ยงเส้นทางหลักเพิ่มขึ้น ทำให้รถไม่ติด และสามารถใช้ความเร็วได้เพิ่มขึ้น จึงส่งผลให้มีอัตราการเสียชีวิตสูงขึ้น ดังนั้น ทางเจ้าหน้าที่จึงจะได้นำผลการปฏิบัติงานในช่วงเทศกาลปีใหม่มาวิเคราะห์ เพื่อหามาตรการที่เข้มงวดมากขึ้น เพื่อนำมาใช้กับช่วงวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ต่อไป