จากรายงานของ BullionStar's ในช่วง 9 ปีระหว่างปี 2008-2016 (ณ เดือนพฤศจิกายน) ปริมาณการค้าทองจริงในตลาดทองเซี่ยงไฮ้ขยายตัวจากเดือนละ 200-300 ตันในปีเริ่มต้น 2008 เพิ่มขึ้นเป็นปริมาณการซื้อขายเปลี่ยนมือกันที่มากถึง 12,832 ตันต่อเดือน ณ พฤศจิกายน 2016
แต่สถานการณ์การลงทุนในทองมีความเสี่ยงในระยะสั้นที่ต้องพิจารณาในบรรยากาศที่เป็นภาพรวมทั้งจากปัจจัยทางด้านการเมืองและผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก นับจากการเตรียมพร้อมของโดนัลด์ ทรัมป์ ในการก้าวสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งเขาประกาศเป้าหมายกระตุ้นจีดีพีที่อัตราเติบโต 4% ต่อปี แผนการณ์ถอนตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป และความจับมือเป็นพันธมิตรระหว่างจีนกับรัสเซียที่สัญญาจะว่ากลับมาผงาดในเวทีโลกอีกครั้งในปี 2017 นี้
โดยที่ราคาทองเปิดตลาดซื้อขายในวันทำการวันแรกของปีใหม่ที่ 1,160 ดอลลาร์ ขณะที่ Dollar Index กลับมาแข็งแกร่งพุ่งทะลุเฉียด 104 สวนทางราคาน้ำมันที่ร่วงลงสำหรับ WTI ปิดที่ 52.21 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 1.51 ดอลลาร์หรือลดลง 2.81% และเบรนท์ปิดที่ 55.39 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 1.43 ดอลลาร์ หรือลดลง 2.52%
1. BullionStar's ชี้ถึง 2 ประเทศมหาอำนาจฝั่งตะวันออกทั้งจีนและอินเดียที่มีความต้องการปริมาณทองคำจำนวนมากตลอดช่วงทศทวรรษที่ผ่านมา โดยที่มีการสะสมทองคำมากขึ้นนั้นมีความสัมพันธ์ต่อการเติบโตของตลาดค้าทองเซี่ยงไฮ้ ซึ่งกลายมาเป็นศูนย์กลางค้าทองแทนฮ่องกงในปัจจุบัน หลังจากพบว่า ทั้งจีนและอินเดียมีความต้องการทองคำตลอดช่วงปี 2008-2016 เป็นปริมาณมากถึง 20,000 ตัน โดยเป็นความต้องการของจีน 12,000 ตัน และเป็นของอินเดียราว 8,000 ตัน
2. นอกจากนี้รัสเซียก็เป็นมหาอำนาจอีกประเทศหนึ่งที่มีการสะสมทองคำจริงๆ ในปริมาณที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งธนาคารกลางรัสเซียมีรายงานล่าสุดเปิดเผยว่าเป็นความต้องการทองคำของรัฐบาลรัสเซียที่มีมาตั้งแต่ต้นทศวรรษ 2000 โดยตลอดปี 2016 ที่ผ่านมานี้เตรียมแผนการซื้อทองเป็นปริมาณถึง 200 ตัน นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 23 ธันวาคมรัสเซียมีการซื้อทองเพิ่มขึ้น 134 ตันทำให้การถือครองทองคำรวมมีเพิ่มขึ้นเป็น 2,718 ตัน ในจำนวนนี้ธนาคารกลางรัสเซียได้เก็บสะสมทองไว้เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศราว 1,600 ตัน
3. ขณะที่การค้าทองสำคัญในสวิสโดยมีการรวบรวมสถิติช่วง 2 ปีในช่วง 2015-2016 โดยในช่วง 11 เดือนปี 2016 มีการส่งออกของทองคำสวิส 1,740 ตัน และในปี 2015 มีการส่งออก 1,923 ตัน เป็นการส่งออกไปยังประเทศสำคัญเช่น อิรเดีย ฮ่องกง จีน ฝรั่งเศส สิงคโปร์ เยอรมัน อังกฤษ สหรัฐ รวมถึงไทยที่มีจำนวน 4.5 ตัน
ส่วนการนำเข้าในช่วง 11 เดือนแรกปี 2016 เท่ากับ 1,856 ตัน และในปี 2015 มีการนำเข้าจำนวน 1847 ตัน เป็นการนำเข้าจากตลาดสำคัญเช่น อังกฤษ ฮ่องกง สหรัฐ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ฝรั่งเศส เยอรมัน รวมทั้งไทยมีจำนวน 5.5 ตัน
ทางด้านตลาด COMEX ในนิวยอร์ก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสัญญาการซื้อขายทองในตลาดล่วงหน้า โดยที่มีการซื้อทองในตลาดสปอตเพียงเล็กน้อยเฉลี่ยปีละ 295 ตันในช่วงปี 2008-2016
4. สำหรับการเคลื่อนไหวของราคาทองเปิดตลาดในวันแรกของปีใหม่ที่ 1,160 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากในปี 2016 เคลื่อนไหวอยู่ที่ 1,074-1,149 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยที่มีราคาสูงสุดอยู่ที่ 1,366 ดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคมเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 15% แต่หลังจากก็เป็นการปรับตัวลงเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำได้ปรับตัวสูงขึ้น 9% ในปี 2016 แต่ยังคงเป็นการบ่งบอกถึงความซบเซาของราคาเปรียบเทียบในรอบ 12 ปีที่ผ่านมา
5. ขณะเดียวกันทิศทางเงินดอลลาร์ ซึ่งทำสถิติสูงสุดในรอบ 14 ปี ยังคงพุ่งขึ้นรุนแรงในวันแรกของปี 2017 ที่ระดับ Dollar Index 103.97 หนุนหุ้นสหรัฐกลับมาแข็งแกร่งขึ้นทั้ง 3 ตลาดโดยดาวโจนส์ปิดที่ 19,881 พุ่งขึ้น 119 จุดหรือ 0.60% S&P 500 ปิดที่ 2,257 เพิ่มขึ้น 0.85% และ Nasdaq ปิดที่ 5,429 เพิ่มขึ้น 0.85%ส่วนการเคลื่อนไหวชองเงินหยวนประคองตัวได้อย่างมีเสถียรภาพแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยที่ระดับ 6.9650 จากช่วงสิ้นปีที่แล้วร่วงลงเฉียด 7 หยวนต่อดอลลาร์ ท่ามกลางภาวะการเงินที่ตึงตัวระยะสั้น โดยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระหว่างธนาคารช่วงข้ามคืนพุ่งขึ้นจาก 4.95% เป็น 17.76% เมื่อวันจันทร์ที่ 3 มกราคม