"ประธานอุตสาหกรรม"มองเศรษฐกิจไทย ปี 60 ฟื้นตัว
03 ม.ค. 2560 | nation_ent

"ปธ.อุตสาหกรรม"มองเศรษฐกิจไทย ปี 60 ฟื้นตัว มั่นใจรัฐบาลเดินตามโรดแมปเลือกตั้ง ทำเศรษฐกิจเคลื่อน รับ"สนช."ออกกม.ปลดล๊อกเศรษฐกิจหลายเรื่อง
ข่าว
03 ม.ค. 2560 | nation_ent

"ปธ.อุตสาหกรรม"มองเศรษฐกิจไทย ปี 60 ฟื้นตัว มั่นใจรัฐบาลเดินตามโรดแมปเลือกตั้ง ทำเศรษฐกิจเคลื่อน รับ"สนช."ออกกม.ปลดล๊อกเศรษฐกิจหลายเรื่อง
นายเจน นำชัยศิริ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2560 ว่า เชื่อว่า เศรษฐกิจปีหน้าจะมีการฟื้นตัวขึ้นแต่การฟื้นตัวอาจจะไม่มีความรวดเร็ว ทั้งนี้เป็นไปตามสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ในช่วง2-3ปีที่ผ่านมามีการขยายตัวค่อนข้างช้า หากดูตามภูมิภาคต่างๆจะพบว่า มีการฟื้นตัวแต่ว่ายังไม่รวดเร็วมากนัก ซึ่งประเทศที่จะมีการฟื้นตัวค่อนข้างดีคือประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะเน้นไปในเรื่องของทรัพย์สินทางปัญญา หรือสินค้าพวกนวัตกรรม โดยเฉพาะสินค้าที่บริการต่างๆอะไรที่เป็นธุรกิจใหม่ๆ อีกด้านหนึ่งคือประเทศจีนที่ก็มีการชะลอตัวลงมาหลายปี เชื่อว่าปีหน้าการชะลอตัวก็น่าจะลดลงเช่นกัน
นายเจน กล่าวว่า ส่วนเศรษฐกิจประเทศไทย ดูจากปัจจัยต่างๆ โดยเฉพาะสินค้าการเกษตรน่าจะมีการเจริญเติบโตที่ดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งในปีที่แล้วมีความกังวลเกี่ยวกับภัยธรรมชาติ แต่ปีหน้านี้ไม่มีแนวโน้มว่าจะมีภัยธรรมชาติ แต่จะปัจจัยส่งผลกระทบต่อราคาเกษตรคือ ราคาน้ำมัน ที่ช่วงปีที่แล้วราคาตกต่ำอย่างมาก แต่ช่วงท้ายปีมีอัตราแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นตามที่เราได้คาดการณ์ไว้คือ 50-60 เหรียญสหรัฐ หากเป็นไปตามนี้สินค้าเกษตรก็น่าจะขยับตัวถ้าเราสามารถควบคุมการผลิตของข้าว และสินค้าเกษตรอื่นๆที่เป็นตัวหลักๆเช่นมันสำปะหลัง ถ้ามีปริมาณที่ไม่สูงมากนั้นก็น่าจะส่งผลทำให้ราคามีเสถียรภาพมากขึ้น และจะส่งผลที่ดีต่อรายได้ของเกษตรกรซึ่งตัวชี้วัดที่ดีของภาคเกษตรคือ การซื้อรถกระบะและรถจักรยานยนต์มียอดการซื้อเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งทำให้เห็นว่า เศรษฐกิจเริ่มฟื้นแล้ว
นายเจน กล่าวว่า สำหรับ GDP นั้น มองว่าน่าจะอยู่ในระยะที่กนง.ได้ให้ความเห็นไว้คืออยู่ในช่วง 3.5 - 4 % สำหรับปีหน้า การส่งออกก็น่าจะฟื้นตัว เท่าที่เราดูอยู่ในตอนนี้น่าจะอยู่ที่ 0.1 - 1 % จากที่ติดลบมา4ปีติดกัน ถ้าตัวเลขจากการส่งออกฟื้นตัวดีขึ้น ตลาดภายในประเทศเริ่มขายได้มากขึ้น ภาคเอกชนก็น่าจะเริ่มลงทุนประกอบกับงบประมาณภาครัฐที่จะลงไป ในเรื่องของสาธารณูปโภค เรื่องโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ AECการค้าตามแนวชายแดน คิดว่า ปี 2560 จะเป็นปีที่ดีเพราะมองแล้วก็ยังเห็นอะไรที่ค่อนข้างสดใส ซึ่งสอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นด้านอุตสาหกรรมที่ในเดือนที่ผ่านมามีดัชนีที่สูงสุดในรอบ 20 เดือน อีกทั้งดัชนีความคาดหวังการคาดการล่วงหน้า 3 เดือนที่ผ่านมานั้นโตติดต่อกันมาเกิน 6-7 เดือน แม้ว่า ในเดือนธ.ค.นี้จะลดลงแต่ไม่มาก อาจจะเป็นความกังวลเรื่องความผันผวนของค่าเงิน การค้าระหว่างประเทศที่มีความกังวลในเรื่องนโนบายของประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งคงติดตามต่อไปว่าในเดือนม.ค.จะเป็นอย่างไร
นายเจน กล่าวว่า ในส่วนของนโยบายภาครัฐที่จะจะกระตุ้นเศรษฐกิจนั้นมองว่า ขณะนี้รัฐบาลก็พยายามที่จะผลักดันให้ภาคเอกชน เข้ามาลงทุนมากขึ้นโดยทางภาครัฐเองก็มีโครงการที่จะลงทุนเพิ่มขึ้นเช่นกันไม่ว่าจะเป็นเรื่องของAECงบการสร้างความเข้มแข็งกลุ่มจังหวัด ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีเพราะรัฐเริ่มขยับลงทุน เอกชนก็มีแนวโน้มที่ขยับ ขณะเดียวกันก็จะมีมาตรการต่างๆที่ภาครัฐยังสามารถทำได้เพิ่มเติมอีก เช่น การปรับลดขั้นตอนกฎระเบียบภาครัฐที่จะทำให้การธุรกิจทำได้ดีขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ทางสภาอุตสาหกรรมได้มีการทำหนังสือไปถึงภาครัฐในเรื่องมาตราการส่งเสริมการลงทุนของรัฐจะสิ้นสุดภายในปีนี้ แต่ยังมีหลายส่วนที่ทางผู้ประกอบการไม่สามารถที่จะเร่งการลงทุนภายในสิ้นปีให้เสร็จสิ้นได้ จึงขอให้ภาครัฐขยายมาตรการนี้ออกไป เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว และเป็นการใช้โอกาสนี้เพื่อให้เกิดการลงทุนที่แท้จริง
เมื่อถามว่า ในปี 256o อาจจะมีการเลือกตั้งทั่วไปจะมีผลกระทบต่อทิศทางเศรษฐกิจไทยในปีหน้าหรือไม่ นายเจน กล่าวว่า ไม่กระทบโดยตรง แต่การเลือกตั้งก็จะส่งผลกระทบทางอ้อมในเรื่องของการเจรจาการค้าที่อาจจะชะงักไป เช่น การเจรจาเขตการค้าเสรีไทย-อียู ที่ชะงักไปตั้งแต่เรามีการรัฐประหาร ถ้ามีการเลือกตั้งเกิดขึ้นจริงผลออกมาเป็นที่เรียบร้อยการเจรจาการค้าก็สามารถเดินต่อไปได้ก็จะสร้างความเชื่อมั่นทั้งผู้ลงทุนในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเราเข้าใจคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ต้องการสร้างความมั่นใจว่า ทุกอย่างจะเดินตามโรดแมพ และแผนนโยบายระยะยาว 20 ปีของรัฐบาลได้
เมื่อถามต่อว่า กลไกในส่วนของสนช.ในเรื่องของการเสนอกฎหมายมองว่ากฎหมายอะไรที่รัฐบาลจะต้องเสนอเพื่อที่จะแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจประธานสภาอุตสาหกรรม กล่าวว่า กฎหมายที่ออกไปก็มีส่วนที่มีการควบคุมมากขึ้น ส่วนที่เอื้ออำนวยต่อการทำธุรกิจใหม่ ๆเช่น กฎหมายศุลกากรที่มีการแก้ไขซึ่งก็ทำให้ความเป็นธรรมมากขึ้นและเอื้อต่อการทำธุรกิจ ขณะที่กฎหมายบางฉบับมองว่ายังให้อำนาจหรือเพิ่มอำนาจภาครัฐมากเกินไปก็มี ตรงนี้จึงเป็นความสมดุลที่เราจะต้องดูว่า การที่นำไปปฏิบัติแล้วจะส่งผลในเชิงปฏิบัติอย่างไร ส่วนตัวคิดว่า ที่ผ่านมาสนช.ออกกฎหมายที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจค่อนข้างเยอะทำให้ปลดล๊อกปัญหาในหลายเรื่อง และในเร็วนี้รัฐบาลจะเสนอกฎหมายที่เกี่ยวกับการตั้งบริษัทที่ใช้คนๆเดียวหรือบริษัทนิติบุคคล ซึ่งก็จะช่วยพวกธุรกิจstart upได้ดี อีกทั้งนโยบายดิจิตอลไทยแลนด์จะช่วยผู้ประกอบการได้ดีที่เป็นคนรุ่นใหม่ในการทำธุรกิจในด้านนี้มากขึ้น