ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ใต้ถุนสูง ชั้นบนของบ้านพบ นายกัมพล กลิ่นฉาย อายุ 42 ปี เจ้าของบ้านยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทั้งพาไปดูศพ นายอภิวันทร์ กลิ่นฉาย อายุ 20 ปี ลูกชายที่ใช้เชือกไนล่อนสีขาวผูกคอตัวเองเสียชีวิตอยู่กับขื่อกลางบ้าน ซึ่งนายกัมพล ได้ใช้มีดตัดเชือกนำศพลูกชายลงมาก่อนหน้าแล้ว โดยสภาพศพมีรอยเชือกรัดที่บริเวณลำคอ
จากการสอบปากคำ นายกัมพล ให้การว่า ตนพักอยู่อาศัยอยู่กับลูกชายซึ่งเป็นฝาแฝด โดยผู้ตายเป็นแฝดคนน้อง ก่อนเกิดเหตุตนได้ไปนั่งกินเลี้ยงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กับเพื่อนบ้านที่อยู่ในละแวกบ้าน โดยผู้ตายไปนั่งกินอยู่ด้วย ส่วนแฝดคนโตไปทำงาน และระหว่างที่กินเลี้ยงกันอยู่นั้น อยู่ๆ ผู้ตายูได้หายไป ตนคิดว่าว่าอาจจะน้อยใจที่ตนไม่ให้ดื่มสุรา จึงไม่พอใจเดินกลับบ้านไป และเมื่อตนเดินกลับไปเรียกที่บ้าน แต่เรียกเท่าไหร่ก็ไม่มีเสียงตอบ ตนเข้าใจว่าคงเข้ามุ้งนอนแล้ว จึงได้เดินขึ้นไปดูในมุ้งบนบ้าน แต่เมื่อเปิดมุ้งดูกลับไม่พบ พอหันหน้าออกมาอีกทีก็พบผู้ตายใช้เชือกไนล่อนที่ตนเก็บเอาไว้สำหรับผูกสุนัข มาผูกคอตัวเองกับขื่อบ้าน ตนตกใจมาก รีบวิ่งไปคว้ามีดมาตัดเชือกแล้วนำร่างผู้ตายลงมาปั้มหัวใจ แต่เสียชีวิตแล้ว ตนจึงได้ไปเรียกเพื่อนบ้านให้ช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบ
ด้าน ร.ต.อ.สมนึก กล่าวว่า จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ ที่บ้านหลังดังกล่าวพักอาศัยกันอยู่ 3 คน มีนายกัมพล และลูกชายฝาแฝดอีก 2 คน ก่อนเกิดเหตุ ลูกชายแฝดคนโตไปทำงาน ส่วนนายกัมพล และผู้ตายได้ไปกินเลี้ยงปีใหม่ที่บ้านเพื่อนบ้านในละแวก ซึ่งระหว่างที่กินกันอยู่นั้นผู้ตายได้หายออกมา เมื่อผู้เป็นพ่อออกมาดูที่บ้านก็พบว่าผูกคอตัวเองเสียชีวิตแล้ว ส่วนสาเหตุของการคิดสั้นในครั้งนี้ คาดว่าผู้ตายอาจจะน้อยใจพ่อที่ไม่ให้ดื่มสุรา ประกอบกับมีปัญหาทางบ้านเรื่องครอบครัวอยู่แล้ว จึงคิดน้อยใจผูกคอตัวเองเสียชีวิต
เบื้องต้นญาติไม่ติดใจถึงสาเหตุการตาย จึงส่งศพให้ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป