การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกหรือระบบชลประทาน นับว่าเป็นงานที่มีความสำคัญ และมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เพราะหมายถึงการมีระบบบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ ไว้คอยหล่อเลี้ยงชีวิตคนไทยให้อยู่ดีกินดี
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงให้ความสนพระราชหฤทัยเกี่ยวกับการพัฒนาแหล่งน้ำมากกว่าโครงการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริประเภทอื่นๆ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงบริหารจัดการให้กับประชาชนตั้งแต่ใต้ดินขึ้นไปถึงบนฟ้า รวมทั้งยังวางระบบอย่างเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ด้วยพระปรีชาสามารถของพระองค์ท่านที่ต้องวางแผนอย่างเป็นระบบ และสอดคล้องกับธรรมชาติของแต่ละพื้นที่
ปัญหาเกี่ยวกับระบบการจัดการน้ำของประเทศไทย อีกหนึ่งมิติคือการป้องกันน้ำท่วม หลายต่อหลายครั้งที่เมืองใหญ่ต้องประสบปัญหาอุทกภัยซ้ำแล้วซ้ำเล่า และผู้ที่หาหนทางในการแก้ไขปัญหา บรรเทาความทุกข์ยากให้กับราษฎร นั่นก็คือ พ่อหลวงรัชกาลที่ 9
โครงการพระราชดำริแก้มลิง เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2538 นำมาสู่หลักการที่คนทั่วโลกต่างยกย่อง เพราะเป็นการนำหลักการการกินอาหารของลิง มาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการน้ำ เป็นพระอัจฉริยภาพที่หาที่เปรียบมิได้
น้ำพระราชหฤทัยของพระองค์แผ่ไปทั่วทุกทิศของประเทศไทย พระองค์ไม่เพียงบอกให้เรารู้ แต่พระองค์ทรงลงมือทำให้เราเห็นจนกลายมาเป็นต้นแบบของความยั่งยืน
น้ำที่คนไทยมีกินมีใช้ในปัจจุบัน เปรียบได้เหมือนน้ำพระราชหฤทัยของพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ไม่เคยเหือดแห้ง จะเห็นได้ว่า พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเป็นอย่างยิ่ง เพราะน้ำถือเป็นทรัพยากรหลักในการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตบนโลก เมื่อมีน้ำ ก็จะมีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ เมื่อป่าไม้อุดมสมบูรณ์เราก็สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ เพราะสายน้ำที่ไหลจากยอดเขา จนสุดปลายทางลงสู่ทะเลนั้น ได้หล่อเลี้ยงชีวิตของพวกเราทุกคนมานานแสนนาน