เนชั่นทีวี

ข่าว

เพลงสรรเสริญพระบารมี สื่อกลางสะท้อนถึงความรักและอาลัย

27 ธ.ค. 2559

เพลงสรรเสริญพระบารมี สื่อกลางสะท้อนถึงความรักและอาลัย

เสียงเพลง ได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ ในการเป็นสื่อกลางสะท้อนถึงความรักและอาลัยของคนไทย ที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

และนี่ก็คือการรวมใจรวมพลังของพสกนิกรชาวไทยเพื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ยิ่งใหญ่และสร้างความซาบซึ้งใจได้มากที่สุดแห่งปี ซึ่งเป็นการรวมตัวกันร้องเพลง "สรรเสริญพระบารมี" เพื่อน้อมรำลึกและถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ต.ค.2559 มี"ท่านมุ้ย" หรือ มจ.ชาตรีเฉลิม ยุคล เป็นผู้กำกับและบันทึกเสียงการร่วมร้องเพลงสรรเสริญฯที่ประชาชนร้องแบบสดๆ เพื่อนำไปฉายทุกโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ และสถานีโทรทัศน์ต่างๆ


ซึ่งการถ่ายทำในวันนั้น ก็ได้รับความร่วมมือจากประชาชนคนไทยเป็นอย่างดี ที่มากันด้วยใจ โดยไปรวมตัวกันบริเวณถนนหน้าพระลาน กำแพงพระบรมมหาราชวัง และบริเวณท้องสนามหลวง จนทำให้พื้นที่บริเวณนั้นอัดแน่นไปด้วยคนไทยผู้จงรักภักดี และอยากแสดงออกซึ่งความรักในที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 แม้ว่าวันนั้นสภาพอากาศจะมีความแปรปรวนอย่างหนัก ทั้งร้อนจัดและฝนตกหนัก แต่ทุกคนก็ไม่ท้อถอย

และอีกหนึ่งความพิเศษในวันนั้นก็คือ ยังมีวงออเคสตร้า 100 ชิ้น จากวง Siam Philharmonic Orchestra และคอรัสอีก 100 คน มาร่วมบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีคอยเป็นต้นเสียงให้กับประชาชนอยู่กลางท้องสนามหลวง โดยมี "อ.สมเถา สุจริตกุล" เป็นวาทยากร

ขณะที่หนึ่งในทีมงานของท่านมุ้ย ที่มาร่วมเป็นผู้ช่วยผู้กำกับในการถ่ายทำและบันทึกเสียงการร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีครั้งนี้ ก็คือ คุณชายอดัม หรือ หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล บุตรชายของท่านมุ้ยนั่นเองนอกจากนี้ เสียงเพลงยังเป็นอีกหนึ่งหนทาง ที่ประชาชนคนไทยหลายภาคส่วน ได้ใช้เป็นเครื่องมือแสดงออกและรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเฉพาะในกลุ่มดารานักร้อง ที่ก็ได้มีการแต่งเพลงที่มีเนื้อหาที่สะท้อนถึงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและไว้อาลัยแด่พระองค์ออกมามากมายจนนับไม่ถ้วนกันเลยทีเดียวเสียงเพลงจะถูกใช้เป็นสื่อกลางในทุกเรื่องราวของชีวิตได้เสมอ และเสียงเพลงก็ได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ ในการสะท้อนถึงความรักและอาลัยของคนไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช