เนชั่นทีวี

ข่าว

"PRIMETIME กับ เทพชัย" : เมื่อหมดรัก..สัตว์ก็ถูกทิ้ง?

27 ธ.ค. 2559 |

"PRIMETIME กับ เทพชัย" : เมื่อหมดรัก..สัตว์ก็ถูกทิ้ง?

เกิดอะไรขึ้น! กับสัตว์เลี้ยงเเสนรักของใครหลายๆคน ไม่ว่าจะเป็นสุนัขและแมว หรือสัตว์อื่นๆ ที่อยู่ๆพวกมันกลายเป็นสัตว์จรจัดไม่มีเจ้าของได้เพียงชั่วข้ามคืน ความรับผิดชอบ การหมดรัก หรืออะไรที่เป็นปัจจัย...และทางออกที่ดีที่สุดในการเเก้ไขปัญหาสัตว์จรจัดคืออะไร

ความน่ารัก ความขี้อ้อน และความซื่อสัตว์ที่มีต่อเจ้าของทำให้สุนัขและแมวเป็นสัตว์เลี้ยงอันดับ1 ของคนรักสัตว์แต่มันได้รับการพิสูจน์แล้วว่าความแสนรู้และความน่ารักไม่ใช่สิ่งที่ยั่งยืน

จากสัตว์เลี้ยงที่ได้รับการโอบอุ้มและการทะนุถนอมเจ้าสุนัขและแมวน้อยทั้งหลายอาจจะกลายเป็นสัตว์เลี้ยงจรจัดหรือสัตว์เลี้ยงถูกทิ้งได้ในเวลาชั่วข้ามคืน

ในบางครั้งแม้แต่ สุนัขพันธ์ ไซบีเรียน ฮัสกี้ที่มีต้นกำเนิดในฝั่งตะวันออกของประเทศไซบีเรียตัวนี้เป็นสัตว์เลี้ยงที่เจ้าของควรจะหวงแหน ด้วยสีสันและน่าตาที่ดูองอาจประกอบกับอุปนิสัยขี้เล่น และที่สำคัญด้วยราคาที่สูงจนจับต้องได้ยากสำหรับคนทั่วไปแต่ทั้งหมดก็ไม่ได้ช่วยให้มันรอดพ้นจากการจบลงด้วยการเป็นสุนัขถูกทิ้ง ความพิการจากอุบัติเหตุได้ทำให้มันกลายเป็นสัตว์เลี้ยงที่ไม่พึงปรารถนาทันที

สัตว์เลี้ยงกว่า 1,000ตัวที่มีสภาพร่างกายทุพลภาพ ทั้งจากโรคร้ายและจากอุบัติเหตุต่างๆและกลายภาระให้มูลนิธิ บ้านสงเคราะห์สัตว์พิการอำเภอ ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

สมาชิกสี่ขาทุกตัวของมูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการแห่งนี้ จะมีชื่อและหมายเลขประจำตัวติดไว้ที่กรง สุนัขที่ถูกรถชนจนสูญเสียประสาทสั่งการสองขาหลังการขยับเขยื้อนและการพยุงตัวทำได้เฉพาะสองขาหน้าเท่านั้น สิ่งที่เจ้าหน้าที่ของมูลนิธิฯต้องทำทุกวันคือการ ให้น้ำและอาหารทำความสะอาดและรักษาบาดแผล

ด้านหนึ่ง...สถานสงเคราะห์สัตว์แห่งนี้คือบ้านที่ให้ชีวิตใหม่แก่เหล่าสัตว์พิการที่น่าสงสารแต่อีกด้านหนึ่งมันอาจจะกลายเป็นแรงจูงใจให้มีการทิ้งสัตว์เลี้ยงมากขึ้นจากการที่คนนำสัตว์มาปล่อยไว้ที่หน้ามูลนิธิฯ

ครรชิต วาพิไล ผู้ช่วยผจก.มูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ บอกว่า บ่อยครั้งที่คนนำสุนัขที่ตนไม่ต้องการจะเลี้ยงต่อมาปล่อยทิ้งที่หน้ามูลนิธิฯ

" เจอบ่อยเพราะเนื่องจากมูลนิธิมันอยู่ใกล้กรุงเทพและสัตว์ส่วนใหญ่ที่นำมาปล่อยหน้ามูลนิธินี่ก็จากกรุงเทพทั้งหมดเลยเนื่องจากว่าสถานตั้งของมูลนิธิหาง่ายบางทีก็ใส่กล่องไว้แล้วก็เขียนป้ายว่าช่วยดูให้หน่อยหรือบางทีก็เขียนว่าไม่สะดวกเลี้ยงช่วยนำไปเลี้ยงต่อให้หน่อยครับซึ่งเราก็มีการแชร์ภาพเพื่อติดตามในโลกออนไลน์เป็นการถามหาเจ้าของ.....

สุนัขจรจัดเป็นปัญหาเรื้อรังมายาวนานสำหรับเมืองใหญอย่างกรุงเทพมหานคร เสียงเห่าที่สร้างความรำคาญกลิ่นเหม็นและความสกปรกที่เกิดจากการคุ้ยเขี่ยกองขยะการขับถ่ายไม่เป็นที่เป็นทางอันตรายจากโรคผิวหนังและโรคพิษสุนัขบ้าและอุบัติเหตุจากการวิ่งตัดหน้ารถบนท้องถนนเป็นปัญหาที่เกิดจากสัตว์จรจัดในที่สาธารณะเหล่านี้

6ล้าน 7 แสน ตัว คือประชากรสุนัขทั้งหมดในประเทศไทยตามผลการสำรวจของกรมปศุสัตว์ ในปี 2559 และในจำนวนนั้นกว่า 7แสน 5 หมื่นตัวเป็นสุนัขจรจัดที่ไม่มีเจ้าของ

กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีจำนวนสุนัขและแมวจรจัดมากที่สุดในประเทศไทย รวมกันถึง 2แสน3หมื่น ตัว และมากกว่าครึ่งเป็นเพศเมีย ที่ปกติแล้วสามารถมีลูกได้8-10 ตัวต่อปี

เพราะฉะนั้นถ้าสถานการณ์สัตว์จรจัดยังเป็นอย่างนี้ต่อไปก็คงเดาไม่ยากว่ากรุงเทพมหานครจะต้องเผชิญกับปัญหาอะไรบ้าง

จากปี 2558ถึงปัจจุบัน กรุงเทพมหานคร ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวสุนัขจรจัดสร้างความเดือดร้อนรำคาญ กว่า 3,700 เรื่อง

น.สพ.สรวิศ ธานีโต รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ชี้ว่า สุนัขเพศเมียสามารถมีลูกได้8-10ต่อปี และปีหนึ่งมีสุนัขทั้งหมดเกือบล้านตัวและเป็นตัวเมีย3-4แสนดัว

" สุนัขที่ไม่มีเจ้าของพวกนี้ มีจำนวนมากปีหนึ่งๆเนี่ยประมาณเกือบล้านตัว เป็นตัวเมียอยู่3-4แสนซึ่งถ้าเป็นตัวเมียก็สามารถขยายพันธุ์ได้อีกเป็น10ตัวแล้วก็คิดดูว่าปีหนึ่งมันจะทวีคูณขนานไหน ซึ่งทางหน่วยงานต่างๆทั้ง กรมปศุสัตว์กทม หรือมหาวิทยาลัยก็พยายามจะช่วยกันทำหมั้นซึ่งต้องใช้ระยะเวลาและความเชี่ยวชาญแต่ก็มันก็ไม่เพียงพอกับจำนวนสุนัขจรจัดที่เกิดมาใหม่"

เป็นเวลากว่า 30 ปี ที่โรเจอร์โลหะนันท์คลุกคลีกับสุนัขและแมวจรจัดและเชื่อว่าทัศนคติต่อการมีสัตว์เลี้ยงของคนไทยไม่น้อยเป็นต้นเหตุของการขยายตัวของสัตว์เลี้ยงถูกทิ้ง และช่องโหวทางกฎหมายก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา

" สังคมไทยเราเนี่ยเป็นสังคมที่ตามกระเเสจะเห็นได้ว่ามีอยู่พักหนึ่งนิยมโกลเด้น นิยมหมาไทยหลังอาน เดี๋ยวก็มานิยมบางเเก้วกับสัตว์อื่นๆก็เหมือนกันดังนั้นเวลาเราเลี้ยงตามกระเเสหรือเลิกนิยมเราก็หาทางเอาไปปล่อยทิ้ง ตอนเล็กๆน่ารักเราก็ไม่ให้ใครแต่พอโตขึ้นกินมากเปลืองมากไม่สวยไม่งามแล้วหรือบางทีถอยรถไปทับมันเอง ไม่รู็จะทำยังไงก็เอาไปปล่อยเรามีเเม้กระทั่งคนที่ทะเลาะกับเเฟนรักกันชอบกันซื้อหมาซื้อแมวซื้อกระต่ายให้สารพัดแล้วถึงเวลาเลิกกัน สัตว์เลี้ยงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความระทมก็เเก้เอาไปฝากไว้กับคลีนิคต่างๆ บ้างไม่เคยกับมารับอีกประเด็นหนึ่งคือสังคมเราชินกับการเลี้ยงสุนัขนอกบ้าน ตั้งเเต่สมัยบรรพบุรุษแล้วไม่ได้เอาไว้ในบ้านแต่พอสังคมมันขยายตัวขึ้น หมาเริ่มมากขึ้นไม่มีการควบคุมประชากรสุนัขจากเคยที่วิ่งแค่2-3ตัวตามหมู๋บ้านเดี๊ยวมันมีเป็นร้อยมันก็เลยกลายเป็นปัญหา การที่ผู้เพาะเลี้ยงเพาะพันธ์ออกมามากและพอขายไม่หมดก็เอาไปขายง่ายๆ ตามข้างถนนหรือหน้าห้างสรรพสินค้าเขาเรียกว่าหมากล่องเป็นปัญหาอันหนึ่ง ถ้าคนซื้อไปถูกๆแต่เขาเลี้ยงปล่อยปะ กับพอขายไม่หมดต่อให้ขายถูกจริงๆก็ขายไม่ได้เขาก็ปล่อยเลย แล้วกฎหมายบ้านเราเนี่ยไม่มีไม่มีกฎที่ควบคุมผู้ค้าสัตว์เลี้ยงเลย "

โรเจอร์ โลหะนันท์เป็นหนึ่งในคณะผู้ผลักดันกฎหมายป้องการทารุณกรรมและสวัสดิภาพสัตว์และได้เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาสัตว์จรจัดบนท้องถนนด้วยวิธีการควบคุมประชากรสัตว์ทั้งที่มีเจ้าของและไม่มีเจ้าของ เริ่มต้นด้วยให้ขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงเหมือนในหลายๆประเทศที่ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาจนแทบไม่มีสุนัขหรือสัตว์จรจัดให้เห็นตามท้องถนน

"วิธีที่ได้ผลที่สุดเเล้วก็หลายๆประเทศเขาทำกันแล้วได้ผลคือการควบคุมประชากรสัตว์เลี้ยง เราต้องควบคุมประชากรสัตว์เลี้ยงทุกประเภทในส่วนของสุนัขเนี่ยเราต้องประเภทให้ชัดเจนถ้ามีเจ้าของต้องหมายถึงผู้เพาะเลี้ยงด้วยต้องไปแก้ไขตัวกฎหมายให้ระบุความเป็นเจ้าของให้ชัดเจนก่อนและก็ควบคุมสัตว์ที่มีเจ้าของกับไม่มีเจ้าของส่วนที่ไม่มีเจ้าของก็ต้องเเก้ปัญหาด้วยมนุษยธรรม 50ปีที่ผ่านมาเราเริ่มต้นจากการฆ่าทุกวันนี้ก็ยังไม่หมดเราต้องสร้างสวัสดิการให้สัตว์ที่อยู่บนถนน ว่าตัวที่มีปัญหาเอาไปไว้สถานสงเคราะห์ส่วนที่ไม่มีปัญหาต้องปล่อยให้อยู่กับชุมชนเเต่อย่าปล่อยให้มีลูก ฉีดวัคซีนทุกปี....ในต่างประเทศเขาให้ส่วนที่เป็นภาคเอกชนหรือNGOเป็นผู้ดูเเลโดยมีหน่วยงานราชการคอยควบคุมมันจะมีการสมดุลระหว่างผู้ทำและผู้คุม.......และที่สำคัญคือการให้ความรู้ แต่ทุกวันนี้ทุกคนมีความรู้เเต่ไม่มีความรับผิดชอบซึ่งความรับผิดชอบจะเกิดขึ้นได้ต้องมาจากการบังคับใช้กฎหมายที่จริงจัง"

กฎหมายป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์พ.ศ. 2557ห้ามมิให้เจ้าของสัตว์ปล่อย ละทิ้ง หรือกระทําการใด ๆให้สัตว์พ้นจากการดูแล ของตนโดยไม่มีเหตุอันสมควรไม่รวมถึงการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองให้แก่ผู้ซึ่งประสงค์จะนําสัตว์ไปดูแลแทน เจ้าของผู้ละเมิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท

โรเจอร์ โลหะนันท์ ได้เปิดเผยกับไพร์มไทม์ว่าถึงแม้มีผลบังคับใช้มา 2 ปีแล้วแต่ก็ยังไม่ใครเคยได้รับโทษตามกฎหมายฉบับนี้แม้แต่คนเดียว

วัดคือหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมของการนำสัตว์เลี้ยงมาปล่อยทิ้งด้วยความเชื่อว่าวัดมีความพร้อมทั้งน้ำและอาหารสำหรับสัตว์เหล่านี้ เพราะฉะนั้นบางวัดจึงเต็มไปด้วยสัตว์จรจัดทั้งที่ถูกทิ้งและการขยายพันธุ์ของมันเอง

"มีข่าวดีมาบอก!! ผู้ใดอยากให้ครอบครัวแตกแยกทรัพย์สินวิบัติ สามี-ภรรยา แยกทางกัน ลูกทอดทิ้งพ่อแม่

ชีวิตอดอยาก ขอเชิญนำเอาสุนัขและแมวมาปล่อยวัดผู้นั้นจะสมปรารถนา ทุกประการสาธุ ขอให้สมปรารถนานั้น เทอญด้วยความปรารถนาดีจากหมา แมว"

ข้อความนี้ปรากฎบนป้ายไวนิลที่วัดแห่งหนึ่งในอำเภอ กาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฏร์ธานีพระครูวิสุทธิ วุฒิกุล เจ้าอาวาสวัดเขาแก้วอธิบายว่าป้ายนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นการเตือนสติคนที่จะเอาสัตว์เลี้ยงมาทิ้งในวัด

"ไม่ใช่ว่าติดประชดญาติโยมแต่ติดเพื่อเตือนสติผู้ที่เลี้ยงสุนัขและเเมวบางครั้งนี่พอเลี้ยงเสร็จแมวสุนัขเนี่ย เป็นโรคเป็นขี้เรื้อนบ้างก็เอามาปล่อยวัดพอปล่อยวัดเนี่ยพระก็ต้องรับเป็นภาระต้องเลี้ยงไม่ใช่ว่าปล่อยไม่ได้ ปล่อยได้แต่คนเลี้ยงต้องคิดเสมือนว่าถ้าเรามีลูกสักคนหนึ่งเรารักมาก ทีนี้มีใครขโมยลูกไปเนี่ยเรามีความเสียใจไหมอยากจะให้คิดถึงขอนี้...."

ไม่ใช่แค่ในเขตชุมชนหรือพื้นที่สาธารณะที่สุนัขและแมวถูกนำมาปล่อยทิ้งไพร์มไทม์ได้รับการเปิดเผยว่า แม้แต่โรงพยาบาลสัตว์ก็ยังไม่วายกลายเป็นสถานที่ที่คนไม่น้อยเอาสัตว์เลี้ยงมาทิ้งไว้ และบางครั้งค่ารักษาพยาบาลอาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เจ้าของตัดสินใจหันหลังให้กับสัตว์เลี้ยงของตัวเอง

น.สพ. เกษตร สุเตชะ คณะสัตว์แพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บอกว่ายังมีคนที่ตีมูลค่าชีวิตสัตว์กับค่ารักษาและเปรียบเทียบกันอยู่

"บางคนเนี่ยซื้อนกมาตัว5แสน รักษา 1500เขาบอกเเพง หลายคนเป็นแบบนี้ หรือเต่าที่ต้องรักษานิ่วต้องผ่าตัดซึ่งเขาซื้อมา2-3แสนค่ารักษา ประมาน 8000 เขาบอกเเพงมันก็มีมูลค่าชีวิตสัตว์กับค่ารักษาและเปรียบเทียบกันอยู่......หมาหลายตัวที่อยู่ในโรงพยาบาล เป็นมะเร็งเเล้วเราก็ฉายเเสง ที่หน้ารักษาเหมือนคนแล้วหายวิ่งอยู่ที่บ้านซึ่งถ้ามันมีบุญวาสนาดีมันก็มีเจ้าของที่ดีในขณะที่สุนัขหลายๆตัวที่มารักษาแล้วเห็นค่ารักษาพอเริ่มรักษาเเล้วก็ทิ้งซึ่งตอนนี้มันก็เป็นภาระให้กับหมออยู่หมอหลายคนในโรงพยาบาลนี้ต้องรับหมาจรจัดไปเลี้ยงที่บ้านรวมถึงผมด้วยซึ่งในโรงพยาบาลที่นี่มีสัตว์มารักษา600รายต่อวัน มีหมาทิ้งเเทบทุกวันมากน้อยเเล้วเเต่วันเจ้าหน้าที่ทุกคนในที่นี่ล้วนเเล้วเคยเก็บหมาที่ถูกทิ้งไปเลี้ยงที่บ้านทั้งนั้น......นี่คือสิ่งที่สังคมไม่รับรู้หรอกเพราะเรายอมรับว่านี่คือหนึ่งในชีวิตสัตว์เเพทย์...."

มันคงเป็นภาพที่สะเทือนความรู้สึกไม่น้อยในวันที่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลอุตส่าห์เอาสัตว์เลี้ยงที่ได้รับการรักษาแล้วไปส่งถึงที่บ้านแต่เจ้าของไม่แสดงความมีเยื่อใยแม้แต่น้อยต่อสัตว์เลี้ยงที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นแก้วตาดวงใจ

"สัตว์ชนิดพิเศษเหล่านี้ก็เหมือนกันมีคนนำกระต่ายมารักษาเเล้วก็ไม่เอากลับเงินก็ไม่จ่ายเราก็ต้องหาบ้านใหม่ให้มันงูหลายตัว เต่าหลายตัวมากมายเราหาบ้านใหม่ให้ไปเยอะเเล้ว....เราถึงขั้นเอาหมาที่รักษาหายเเล้วไปคืนที่บ้านโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแล้วหมอจ่ายเงินค่า เเท็กซี่เอาหมาไปด้วย เขายังไม่เอาหมากลับเลยมันคือเรื่องของหมดรัก หรือความรับผิดชอบเรายอมขนาดนั้นกระต่ายบางตัวรักษาเสร็จเรายอม ไปที่บ้านเพราะเรามีประวัติที่กรอกไว้ เราก็รอเขาเลิกงานจนได้พบเขา เขาก็บอกว่าหมอช่วยดูแลมันต่อได้ไหม ที่นี่ไม่สามารถเลี้ยงได้เเล้วเราก็บอกว่า อ้าวไหนตอนไปรักษาบอกว่ารักมันมากไง นอนด้วยทุกวัน" นายสัตวแพทย์กล่าว...

การแก้ปัญหาสัตว์คงไม่ใช่เป็นภาระเฉพาะของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองหรือกลุ่มคนรักสัตว์ แต่เป็นหน้าที่ของทุกคนในสังคม

ข่าวล่าสุด