ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา เฉพาะพื้นที่ป่าต้นน้ำทางภาคเหนือ 13 จังหวัด ซึ่งเป็นต้นกำเนิดแม่น้ำสายหลัก 4 สาย ปิง วัง ยม น่าน ถูกบุกรุกทำลายประมาณ 8 ล้าน 7 แสนไร่ มีผู้บุกรุกประมาณ 8 แสนคน ส่งผลให้เกิดปัญหาลำน้ำแห้งขอดในฤดูแล้ง น้ำหลากในฤดูฝน และปัญหาไหลเปื้อนของสารเคมีจากยาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลงสู่พื้นที่ราบ สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 4 แสน 6 หมื่นล้านบาทการเร่งฟื้นฟูป่าต้นน้ำเสื่อมสภาพบนพื้นที่สูงชัน รัฐมนตรีจึงได้เชิญอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1-16 และหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ มาร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทรัพยากรป่าไม้ ภารกิจหลักคือหากพบพื้นที่ใดปรากฏร่องรอยการทำประโยชน์ในภาพถ่ายทางอากาศสี หลังปี 2545 ให้ดำเนินตามกฎหมายทันที โดยต้องทวงคืนผืนป่าให้ได้ภายในวันที่ 30 กันยายนปีหน้าปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงเดือนพฤษจิกายนที่ผ่านมา สามารถทวงคืนป่าได้ถึง 1 แสน 4 หมื่นไร่ และภายในปีหน้า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสัญญาว่าจะทวงคืนให้ได้อีก 1 แสน 7 พันไร่
ปีหน้าป่าอีก 1 แสน 7 พันไร่ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ต้องทวงคืนให้ได้ แต่รัฐมนตรีบอกว่าเป็นงานที่ยากมากสำหรับบางพื้นที่ที่มีผู้อิทธิพล แต่กระทรวงก็พร้อมสนับสนุนกำลังพลลงไปช่วยปฏิบัติการ