คณะทำงานอัยการคดีพิเศษ 1 นัดสั่งคดีครั้งที่ 3 รถยนต์เบนซ์โบราณ คันหมายเลขทะบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ในความครอบครองของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญญมหาเถร ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ที่มีพระมหาศาสนมุนี หรือหลวงพี่แป๊ะ หรือพระธนกิจสุภาโว ( ธนกิจ ศรีอุ่นเรือน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำฯ และเอกชนประกอบกิจการอู่รถ กับชิ้นส่วนรถโบราณ ตกเป็นผู้ต้องหา รวม 7 คน หลังจากการนัดสั่งคดีครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา อัยการมีคำสั่งแจ้งพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติม
โดยนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า คณะทำงานอัยการ ยังไม่ได้รับผลสอบสวนเพิ่มเติมจาก ดีเอสไอ จึงมีคำสั่งเลื่อนนัดออกไปก่อนเป็นเวลา 12 วันตามระยะฝากขังของหนึ่งในผู้ต้องหาคดีนี้ โดยนัดสั่งคดีอีกครั้งวันที่ 30 ธ.ค.นี้ ซึ่งวันนี้อัยการก็จะยื่นคำร้องฝากขังผู้ต้องหาดังกล่าว ส่วนผู้ต้องหารายอื่นก็มารายงานตัวกับอัยการตามนัดซึ่งอัยการจะแจ้งการเลื่อนนัดสั่งคดีให้ทราบ
นายประยุทธ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวอีกว่า หากยังไม่ได้รับผลสอบสวนเพิ่มเติมอัยการก็จะเร่งรัดดีเอสไอดำเนินการภายในระยะเวลาเลื่อนนัดสั่งคดี ที่ตามระยะการฝากขังผู้ต้องหานั้นยังมีเวลาเลื่อนได้อีก 1 ครั้งเป็นเวลา 12 วัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ต้องหาที่อยู่ระหว่างฝากขัง คือ นายเกษม หรือ อ๊อด ภวังคนันท์ หุ้นส่วนผู้จัดการ หจก.อ๊อด89เอ็นเตอร์ไพร์ส ( ประเทศไทย) ซึ่งนำเข้าชิ้นส่วนรถโบราณ ผู้ต้องหาที่4 ซึ่งขณะนี้ตัวถูกฝากขังครั้งที่ 6 โดยคดีนี้ ดีเอสไอ สรุปความเห็นควรสั่งฟ้อง โดยกล่าวหา นายพิชัย วีระสิทธิกุล เจ้าของอู่รถ ผู้ต้องหาที่1, ห้างหุ้นส่วนจำกัด ซี.ที.ออโต้พาร์ท โดยนายวสุ จิตติพัฒนกุลชัย ผู้ต้องหาที่2, นายวสุ จิตติพัฒนกุลชัย ผู้ต้องหาที่3, นายเกษม หรือ อ๊อด ภวังคนันท์ หุ้นส่วนผู้จัดการ หจก.อ๊อด89เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) ซึ่งนำเข้าชิ้นส่วนรถโบราณ ผู้ต้องหาที่ 4 ซึ่งขณะนี้ตัวถูกฝากขังครั้งที่5 ,นายเมธีนันท์ หรือชลัช นิติฐิติวงษ์ ผู้ดำเนินการนำเอกสารชุดประกอบรถยนต์ไปชำระภาษีสรรพสามิต ผู้ต้องหาที่5, นายสมนึก บุญประไพ ผู้นำเอกสารรถยื่นกรมขนส่ง ผู้ต้องหาที่6 และพระมหาศาสนมุนี หรือหลวงพี่แป๊ะ เลขานุการสมเด็จช่วงและผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำฯ ผู้ต้องหาที่ 7 ในความผิด 6 ข้อหา ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 27,27ทวิ , พ.ร.บ.ภาษีสรรพาสามิต พ.ศ .2527 มาตรา161,165 ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา137, 265, 267, 268