14 ธ.ค. 59 - ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะเวลา 09.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงศาลเพื่อร่วมฟังการไต่สวนพยานจำเลยนัดที่ 8 คดีที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ เป็นจำเลย ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ กรณีไม่ยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งวันนี้ฝ่ายจำเลย เตรียมพยานให้ศาลไต่สวน 2 ปาก คือ นายสุรนันท์ เวชชาชีวะ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และ ตัวแทนโรงสีข้าว โดยวันนี้ยังคงมีมวลชน เดินทางมาให้กำลังใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ เหมือนเช่นเคย
ขณะที่ก่อนเข้าไต่สวน น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ ได้กล่าวถึงการความคืบหน้าในการยื่นฟ้องศาลปกครองเพิกถอนกรณีที่ถูกสั่งชดใช้ค่าเสียหายโครงการจำนำข้าวว่า ตอนนี้ก็ยังอยู่ในกำหนดเวลาตามกรอบของกฎหมาย เราก็ยังคงยืนยันเหมือนที่จะใช้สิทธิ์และเวลาภายใต้กรอบของกฎหมาย ขณะนี้ทีมทนายความก็กำลังหารือกันเมื่อถามถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมว่าด้วยพรรคการเมืองว่าหลักการและแนวคิดที่จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็งควรจะยึดหลักการอย่างไร
น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ กล่าวว่า ดิฉันขอเรียนว่าตามหลักทางพรรคก็ยินดีให้ความร่วมมือกับทุกส่วนอยู่แล้ว โดยเฉพาะอะไรที่เป็นความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ของพี่น้องประชาชน แต่ว่าครั้งนี้พรรคเองก็อยากขอให้เปิดโอกาสกับประชาชนได้รับรู้เนื้อหาต่างๆ เพื่อให้มีส่วนร่วมดีกว่า
" จริงๆ พรรคอยากให้มีการร่วมกันในการจะเปิดโอกาส หรือเปิดกว้างในส่วนของเนื้อหาที่จะให้ประชาชนรับทราบ และก็มีส่วนร่วมในการแสดงข้อคิดเห็น เพราะไม่ใช่ว่าเป็นแค่เพียงกติกาที่จะจบไปแค่นี้ แต่จะเป็นกฎหมายหรือกติกาที่เราต้องใช้ในเรื่องอนาคตของประเทศ ดังนั้นประชาชนส่วนใหญ่ก็ควรจะได้รับฟังและมีส่วนร่วม นี่คือสิ่งที่เป็นเจตนารมณ์ ไม่ใช่ว่าพรรคจะพยายามขยายความขัดแย้งและไม่ร่วมมือแต่จริงๆแล้ว เรามองในเรื่องการมีส่วนร่วม มากกว่าเขาไปรับฟัง " น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ ระบุ
ขณะที่นายชูศักดิ์ ศิรินิล ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวเสริมว่า เท่าที่ติดตามดู คณะกรรมาร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ก็มีหนังสือที่เป็นจดหมายข่าวแจ้งประชาชนทั่วไป และผู้สนใจให้เข้าร่วมฟังการสัมมนาที่ กรธ.จะใช้เวลา 3 ชั่วโมง โดยเปิดโอกาสให้ซักถามเพียงครึ่งชั่วโมง ตนและพรรคดูแล้วก็คิดว่าคงไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะเข้าไปร่วมเพราะคงไม่มีประโยชน์เนื่องจากเจตนาไม่ได้ต้องการจะฟังพรรคการเมือง แต่เป็นเหมือนการไปฟัง กรธ.ชี้แจงมากกว่า
นายชูศักดิ์ ทีมกฎหมายพรรค กล่าวอีกว่า เราก็มีความเห็นจากแกนนำของพรรคหลายๆคนส่งผ่านสื่อมวลชนทั้งหลายไปแล้ว รมมทั้งการแสดงความคิดเห็นต่อร่างนี้มาโดยกว้างขวาง ก็สุดแต่ว่า กรธ.จะหยิบยกไปรับฟังมากน้อยเพียงใดหรือไม่ เพราะอย่างที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ บอกไว้แล้วว่าจุดยืนของพรรคไม่ได้ต้องการสร้างความขัดแย้ง แต่เราคิดว่าสอ่งที่จำเป็นสำหรับการเมืองสมัยนี้ขณะนี้ คือการยอมรับฟังความเห็นของกันและกัน
เมื่อถามช้ำถึงจุดยืนของพรรคเพื่อไทย ที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ และ ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมตั้งแต่ต้น แล้วมีการวางแผนเรื่องลงสมัครและมองถึงการลงเลือกตั้งอนาคตอย่างไร
น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ กล่าวว่า แม้พรรคมีจุดยืนที่เห็นต่าง แต่การเห็นต่างก็เป็นหน้าที่ของพรรคการเมือง และเป็นหน้าที่ของนักการเมืองทุกคนที่จะต้องแสดงเจตนารมณ์และก็ให้เห็นข้อดี ข้อเสียแต่ละมุมให้กับประชาชน ดังนั้นการตัดสินใจต่างๆ ก็ขึ้นอยู่กับประชาชน นั่นจึงเป็นหน้าของที่พรรคต้องพูด และทำไมทุกคนต้องแสดงความคิดเห็น ซึ่งก็คือหลักของประชาธิปไตย
เมื่อถามถึง มาตรการช็อป ช่วยชาติ ว่าคิดเห็นอย่างไรน.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ กล่าวว่า อย่างน้อยมาตรการนี้ก็เป็นความพยายามของรัฐที่จะช่วยกระตุ้นเรื่องการจับจ่ายใช้สอย ก็คงจะได้ประโยชน์สำหรับผู้ที่ใช้จ่ายตามเกณฑ์เพื่อการคิิดคำนวณภาษี แต่ก็ยังมีช่องว่างที่อยากฝากถึงรัฐบาลว่า อยากให้ช่วยประชาชนที่ยังไม่ถึงเกณฑ์การคิดคำนวณภาษีด้วยว่าปลายปีจะได้รับประโยชน์อย่างไรเพื่อให้มีโอกาสกระตุ้นเศรษฐกิจในส่วนของรากหญ้าด้วย
ขณะที่การไต่สวนพยานวันนี้ปากแรก คือ นายสุรนันท์ เวชชาชีวะ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้เบิกความยืนยันว่า การดำเนินโครงการเป็นไปตามยุทธศาสตร์ ส่วนที่มีการแต่งตั้งเลขานุการนายบุญทรง เตยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ เป็นกรรมการ กขช.นั้น ก็เป็นไปตามขั้นตอน ซึ่งการแต่งตั้งก็ต้องมีการเสนอในครม.ก่อน และที่มีการอภิปรายถึงการแต่งตั้งนั้น ตามปกตินายกรัฐมนตรี ก็จะให้มีการตรวจสอบด้วยอยู่แล้ว