Dollar Index พุ่งแรง ส่งผลเงินเยนร่วงแตะ 115 ทองร่วงหลุด 1,160 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สวนทางราคาน้ำมัน WTI ทะยานขึ้นกว่า 2 ดอลลาร์หรือ 4.45% ทะลุระดับ 53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ปธน.สหรัฐ กำลังสร้างตำนานหน้าใหม่ในการแต่งตั้ง Gary Cohn ซึ่งเป็นผูเบริหาระดับสูงคนที่สอง หรือ COO ของโกลด์แมน แซคส์ นั่งในตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจแห่งชาติ ทั้งที่สัปดาห์ก่อนหน้านั้นทรัมป์เพิ่งจะตัดสินใจเลือกสตีเวน มนูชิน อดีตหุ้นส่วนและเบอร์สองของวาณิชธนกิจทรงอิทธิพลในตลาดหุ้นวอลล์ สตรีทดังกล่าวเป็นว่าที่รัฐมนตรีคลังสหรัฐ
1. BARRONS เป็นแมกกาซีนนักลงทุนอันอับหนึ่งในเครือวอลล์ สตรีท เจอร์นัล ระบุในรายงานฉบับล่าสุดว่าเหตุผลที่แผนทรัมป์แรลลี่ในการทำให้เศรษฐกิจสหรัฐกลับมาแข็งแกร่งจากแผนการกระตุ้นในการใช้จ่ายมาตรการทางการคลังและการลดภาษี เปิดโอกาสให้กับการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐ โดยเฉพาะดาวโจนส์จะทะยานเหนือระดับ 20,000 ในเร็ววันนี้ หลังจากที่ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ให้ผลตอบแทนการลงทุนเพิ่มขึ้นถึง 12% โดยเมื่อเทียบตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมปีที่แล้วกับธันวาคมปีนี้ พุ่งขึ้นถึง 2,200 จุดมาปิดที่ 19,756 เพิ่มขึ้น 142 จุดหรือ 0.72% เมื่อวันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม รวมทั้งอาจจะยังทำให้ผลตอบแทนการลงทุนเพิ่มขึ้นได้อีกในปี 2017 แต่นักลงทุนก็ควรจะเรียนรู้ว่าต้องทำยังไง หากว่างานปาร์ตี้นั้นถึงเวลาที่จะจบลง
ทั้งนี้ดัชนีดาวโจนส์เหลืออีกเพียงแค่ 244 จุดก็จะทะลุระดับ 20,000 ขณะที่ S&P 500 ปิดเมื่อวันศุกร์ที่ 2,259 เพิ่มขึ้น 0.59% และ Nasdaq ปิดที่ 5,444 เพิ่มขึ้น 0.50% ส่วนตลาดหุ้นยุโรปปรัยตัวขึ้นสูงสุดในรอบ 11 เดือน และเป็นการบวกต่อเนื่องจากนโยบายขยายQE ไปอีก 9 เดือนจนถึงสิ้นปี 2017 ทำให้บรรยากาศการลงในหุ้นทั่วโลกดีขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาโดยที่ MSCI World Index ให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น 2.7% โดยเฉพาะตลาดหุ้นประเทศตลาดเกิดใหม่ในเอเชียเพิ่มขึ้นราว 1.1%แต่สำหรับตลาดบอนด์ยังคงมีการเทขายต่อเนื่องโดยที่บอนด์ยีลด์อายุ 10 ปีของรัฐบาลสหรัฐกลับมาพุ่งขึ้นที่ 2.42% ตามทิศทางเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นโดย Dollar Index แข็งค่าทะลุระดับ 101.73 อีกครั้ง สวนทางราคาทองคำร่วงลงต่ำที่ 1,157 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่เงินเยนดิ่งลงแตะ 115.58 ต่อดอลลาร์
2. ข่าวใหญ่อีกข่าวเมื่อทรัมป์เลือก Rex Tillerson วัย 64 ปีเป็นประธานและประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของเอ็กซอนโมบิล คอร์ปอเรชั่น หนึ่งในบริษัทด้านพลังงานรายใหญ่ของโลก เป็นว่าที่รมว.ต่างประเทศสหรัฐ หลังจากที่มีข่าวก่อนหน้านี้ที่คาดกันว่าจะเป็นมิตต์ รอมนีย์
โดยคุณสมบัติที่เด่นของซีอีโอเอ็กซอนโมบิลเป็นบุคคลที่คุ้นเคยกับปธน.รัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน มานานกว่า 20 ปี ถูกจับตามองว่าจะเข้ามาเป็นบุคคลที่ช่วยทรัมป์ในการสานความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับรัสเซียมากขึ้น
.แต่ขณะเดียวกันซีไอเอซึ่งเป็นหน่วยสืบสวนสอบสวนกลาง ระบุว่ารัสเซียแทรกแซงการเลือกตั้งของสหรัฐเพื่อช่วยทรัมป์ชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี ซึ่งซีไอเอเรียกความพยายามแทรกแซงของรัสเซียครั้งนี้ว่าเป็น Soft Coup
ทางด้านโฆษกทำเนียบขาวแถลงว่าปธน.บารัค โอบามา มีคำสั่งให้หน่วยงานด้านข่าวกรองตรวจสอบว่ามีการโจมตีทางไซเบอร์ หรือมีการแทรกแซงจากต่างชาติในช่วงของการเลือกตั้งที่ผ่านมาหรือไม่ เพื่อให้ชัดเจนว่าการเลือกตั้งสหรัฐเป็นไปอย่างถูกต้องก่อนวันที่ 20 มกราคมปีหน้า ซึ่งบารัค โอบามา จะหมดวาระตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2
ทั้งนี้วอชิงตันโพสต์ซึ่งเป็นสื่อที่ตีแผ่รายงานที่อ้างแหล่งข่าวด้านความมั่นคงสหรัฐ ว่าเป็นการประเมินผลของซีไอเอว่ารัสเซียได้แทรกแซงการเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยทรัมป์ให้ชนะเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ ขณะที่ทีมงานชุดการเปลี่ยนผ่านการเป็นปธน.ของทรัมป์ได้ออกมาตอบโต้รายงานข่าวดังกล่าวว่า เป็นเรื่องโกหก
3. สืบเนื่องจากการคัดเลือกสตเวน มนูชิน อดีตหุ้นส่วนและผู้บริหารของโกลด์แมน แซคส์ เข้ามาเป็นว่าที่รัฐมนตรีคลังสหรัฐคนใหม่นั้น ในที่สุดทรัมป์ก็ตัดสินใจเลือก Gary Cohn ในฐานะ COO ของโกลด์แมน แซคส์ เข้ามาเป็นผู้อำนวยการใหญ่ของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจแห่งชาติ อีกตำแหน่ง ทำให้ถูกจับตามองว่าการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจในรัฐบาลของทรัมป์จะเบี่ยงเบนจากทิศทางในช่วงหาเสียงหรือไม่ เพราะบุคคลที่แต่งตั้งเข้ามาล้วนแต่มีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับกลุ่มวอลล์ สตรีท
สำหรับสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจแห่งชาตินั้น สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจแห่งชาติประธานาธิบดีบิลล์ คลินตัน ได้เป็นผู้ก่อตั้งขึ้นในปี 1993 โดยเป็นหน่วยงานวางแผนเศรษฐกิจที่มีบทบาทสำคัญที่สุดให้กับทำเนียบขาว
4. กลุ่มผู้เผลิตน้ำมันนอกโอเปก 11 ประเทศประชุมช่วงสุดสัปดาห็ที่ผ่านมา ตกลงใจลดกลังการผลิตน้ำมันจำนวน 5.58 แสนบาร์เรลต่อวัน ซึ่งจะมีผลในต้นปี 2017 นี้ นำโดยรัสเซียพร้อมปรับลดลงวันละ 3 แสนบาร์เรลขากที่ผลิตวันละ 11.2 ล้านบาร์เรล และเม็กซิโกจะปรับลดลง 1 แสนบาร์เรลต่อวัน เพื่อสานต่อการประชุมของโอเปกที่ตัดสินใจลดการผลิตน้ำมันลงวันละ 1.2 ล้านบาร์เรลซึ่งจะมีผลต้นปีหน้าเช่นกันผลจากการปรับลดการผลิตน้ำมันครั้งนี้แม้จะมีเหตุผลจากปริมาณความต้องการในตลาดโลกลดลงตามการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ แต่ก็ส่งผลต่อราคาน้ำมันแพงมากขึ้น ซึ่งคาดกันว่าราคาจะเคลื่อนไหวที่ 55-60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปีหน้า ทั้งนี้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น 2.29 4.45% ปิดที่ 53.79ดอลลาร์สำหรับ WTI ส่วนเบรนท์ปิดที่ 56.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
5. หลังจากที่รัฐสภาเกาหลีใต้ลงมติถอดถอนนางปีก กีน เฮ จากตำแหน่งประธานาธิบดี ด้วยคะแนนเสียง 234 ต่อ 56 เมื่อวันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม แต่ชาวเกาหลีใต้นับแสนคนยังคงออกมาชุมนุมตามท้องถนนในกรุงโซล เพื่อร่วมเฉลิมฉลองครั้งใหญ่ ซึ่งการชุมนุมจะยังไม่สิ้นสุดจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย โดยแกนนำประท้วงยืนยันว่าแม้สภาจะลงมติถอดถอนประธานาธิบดีปัก กึน เฮ แล้ว แต่การชุมนุมจะยังคงดำเนินต่อไป จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยเห็นชอบการถอดถอนดังกล่าว โดยศาลรัฐธรรมนูญจะใช้เวลาในการพิจารณา 180 วัน
หากศาลรัฐธรรมนูญ 6 ใน 9 เสียง ลงความเห็นให้ยึดตามมติถอดถอน ประธานาธิบดีปัก กึน เฮ ก็จะพ้นจากตำแหน่งทันที และมีผลให้ต้องจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่ภายในสองเดือน
วิบากกรรมของปธน.ปัก กึน เฮ ครั้งนี้มีขึ้นหลังจากถูกตั้งข้อสงสัยปล่อยให้คนใกล้ชิดกระทำการทุจริตคอร์รัปชันโดยอยู่ระหว่างการสืบสวนและสอบสวนของกระบวนการยุติธรรม กำลังส่งผลต่อกระบวนการปฏิรูปประเทศอาจต้องยึดเยื้อออกไป โดยที่จีดีพีเกาหลีใต้เติบโตที่ 2.7% และเงินวอนที่อ่อนค่าลงแตะระดับ 1,166 เมื่อวันศุกร์