คืบหน้ากรณีสาวชาวออสเตรเลียวัย 21 ปี เข้าแจ้งความร้องทุกข์พนักงานสอบสวน สน.ตลิ่งชันว่า ถูกโชเฟอร์รถสามล้อเครื่องที่เรียกใช้บริการจากถนนข้าวสารให้ไปส่งที่พัก แต่ขับพาไปที่อาคารวัฏจักรย่านตลิ่งชัน และร่วมกันลงมือทำร้ายร่างกายและข่มขืนกระทำชำเรา
พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. บอกว่า ได้เร่งรัดคดีที่ สน.ตลิ่งชัน ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งหมดตามที่ผู้เสียหายและพยานให้การ พบว่า ข้อมูลบางจุดที่ผู้เสียหายให้การคลาดเคลื่อน จึงเร่งรัดผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อดูว่า ผู้เสียหายถูกล่วงละเมิดทางเพศหรือไม่ แต่จากวงจรปิดบริเวณคาร์แคร์ใกล้จุดเกิดเหตุไม่ปรากฏภาพรถสามล้อจึงต้องไล่ตรวจสอบ และพยานให้การไว้ว่า ผู้เสียหายเมาสุรามาก หากพบว่าเป็นการสร้างเรื่องขึ้นมา จะแจ้งข้อหาตามกฎหมาย เพราะผู้เสียหายตอนนี้เดินทางไปจังหวัดภูเก็ตแล้ว
ขณะนี้เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงปิดตามเส้นทาง ช่วงเวลาเกิดเหตุพบว่า มีรถสามล้อเครื่องข้ามจากฝั่งพระนครไปยังฝั่งธนบุรีผ่านสะพานพระปิ่นเกล้าทั้งหมด 20 คัน มี 5 คัน ที่ผ่านจุดเกิดเหตุ แต่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าทั้ง 5 คัน มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีหรือไม่ จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดย่านถนนข้าวสารพบว่า ผู้เสียหายเดินอยู่บนถนนข้าวสารกับเพื่อนชายชาวต่างชาติช่วงที่ร้านปิดแล้ว จากนั้นประมาณ 1 ชั่วโมง ทั้งคู่ไปปรากฏตัวที่แยกคอกวัว ทั้งๆที่ห่างกันแค่ 400 เมตร คนปกติทั่วไปไม่น่าจะเดินเกิน 10 นาที จึงต้องหาให้ได้ว่า ช่วงเวลา 1 ชั่วโมงนั้นหายไปไหนกับเพื่อนชายชาวต่างชาติ ขณะนี้อยู่ระหว่างให้เจ้าหน้าที่ติดต่อผู้เสียหายมาสอบปากคำเพิ่มเติม รวมทั้งหาตัวเพื่อนชายชาวต่างชาติด้วย
พล.ต.ท.ศานิตย์เผยอีกว่า สำหรับผลการตรวจร่างกายของผู้เสียหาย น่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ หากตรวจพบคราบอสุจิก็แปลว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศ ต้องรอผลการตรวจต่อไปว่า พันธุกรรมในน้ำอสุจินั้นเป็นของชาวยุโรปหรือชาวเอเชีย หากตรวจพบว่าเป็นของชาวเอเชีย แสดงว่าเกิดเหตุจริง ขณะนี้ยังไม่ชัดเจน แต่บริเวณจุดเกิดเหตุไม่ใช่จุดที่ผู้เสียหายจะเดินทางมาแน่ เมื่อผู้เสียหายมาร้องทุกข์แล้ว ตำรวจมีหน้าที่พิสูจน์หาข้อเท็จจริงทั้งหมด ตั้งสมมติฐานไว้หลายทาง หากเกิดเหตุจริงต้องหามาตรการป้องกันเหตุเพิ่มเติม แต่หากเป็นการกุเรื่อง แจ้งความเท็จก็มีข้อกฎหมายดำเนินการอยู่แล้ว
มีข้อมูลจากชุดสืบสวนพบว่า ผลการตรวจร่างกายผู้เสียหาย เพิ่งผ่านการมีเพศสัมพันธ์มาไม่นาน แต่ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายร่างกาย จึงต้องรอผลการตรวจอย่างเป็นทางการอีก 2 สัปดาห์ เพราะต้องรอผลตรวจดีเอ็นเอจาก รพ.ตำรวจ และรอตรวจคราบอสุจิเพื่อยืนยันผลว่าเป็นชายยุโรป หรือชายเอเซีย
ขณะนี้ชุดสืบสวนตรวจสอบประวัติโชเฟอร์รถสามล้อที่เคยเกี่ยวข้องกับคดีข่มขืนนักท่องเที่ยว แถมยังมีพฤติกรรมโรคจิต พบว่ามีประวัติ 1 คน เคยถูกจับในพื้นที่ สน.ชนะสงคราม แต่เมื่อนำตัวมาให้ผู้เสียหายชี้ยืนยัน ปรากฏว่า ผู้เสียหายไม่ชี้ตัว แสดงว่าไม่น่าจะเป็นผู้ต้องหาที่ข่มขืนนักท่องเที่ยวรายนี้