ล่าสุดสถานการณ์ฝนยังตกหนักในพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากเข้าน้ำท่วมที่ขยายวงกว้างเป็น 7 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ท่าชนะ อ.ไชยา อ.วิภาวดี อ.คีรีรัฐนิคม อ.พุนพิน อ.ท่าฉาง อ.ดอนสัก อ.กาญจนดิษฐ์ โดยมีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย สูญหาย 1 ราย
คือ นางอัมพร ชูพรหมแก้ว อายุ 65 ปี บ้านเลขที่ 29 ม.4 ต.น้ำรอบ อ.พุนพิน นำเรือออกไปหาปลาในแม่น้ำตาปี ถูกกระแสน้ำพัดเรือล่มในพื้นที่ ต.บางมะเดื่อ อ.พุนพิน ด.ช.ณัฐพล มานะจักร อายุ 6 ปี ต.ท่าอุแท อ.กาญจนดิษฐ์ ถูกกระแสน้ำที่ไหลหลากซัดตกน้ำ
และนายสุเทพ แอบมณี อายุ 57 ปี ชาว ต.พุมเรียง อ.ไชยา นำเรือประมงพื้นบ้านออกจับวางอวนจับกุ้งถูกคลื่นซัดเรือล่มจมหายไปบริเวณปากอ่าวพุมเรียง โดยไม่ทราบชะตากรรม ความแรงของน้ำได้ไหลท่วมเข้าบ้านเรือนประชาชนและถนนภายในหมู่บ้าน ระดับน้ำสูงตั้งแต่ 30 ซม.ถึง 1 เมตรเศษ ถนนเชื่อมหมู่บ้านหลายแห่งรถผ่านไม่ได้ส่งผลให้มีประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวเรือน อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า พืชผลการเกษตรเสียหายหนัก ถนนเชื่อมหมู่บ้านในหมู่ที่ 7 ตำบลบางงอน อำเภอพุนพิน ขาดเป็นทางยาวกว่า 4 เมตร สะพานข้ามคลองปากหมาก หมู่ที่ 1 ต.ปากหมาก อ.ไชยาขาด 1 แห่ง รถทุกชนิดผ่านไม่ได้ ทางนายอวยชัย อินทร์นาค ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้จัดส่งกำลังทหารจากค่ายวิภาวดีรังสิต เจ้าหน้าที่อาสาสมัคร อพปร. และหน่วยกู้ภัย และปภ.จังหวัดนำเรือท้องแบนลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือแล้ว
ส่วนสภาพอากาศยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากอย่างต่อเนื่อง ทางจังหวัดเร่งประกาศให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเก็บทรัพย์สินไว้บนที่สูง และพร้อมอพยพออกจากพื้นที่หากสถานการณ์เพิ่มความรุนแรงขึ้น
สำหรับในส่วนของความเสียหายล่าสุดทางจังหวัดได้สรุปความเสียหายทั้งหมด 7 อำเภอ มีราษฎรเดือดร้อนกว่า 5,000 ครัวเรือน กว่า 15,000 คน ความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 10 ล้านบาท ส่วนการช่วยเหลือตามเหตุภัยพิบัติฉุกเฉินโดยจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือภัยพิบัติฉุกเฉินที่ศาลากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี