นักวิชาการชี้ "พะยูน" ในอ่าวไทยอยู่ในขั้นวิกฤติ
03 ธ.ค. 2559
ผศ.ดร.ธรณ์ นักวิชาการด้านสัตว์ทะเล ชี้พะยูนในทะเลอ่าวไทยอยู่ในขั้นวิกฤติ จี้ทุกฝ่ายแก้ปัญหาจริงจัง ก่อนที่พะยูนจะเป็นสัญลักษณ์ของความล้มเหลวในการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากของไทย
ข่าว
03 ธ.ค. 2559
ผศ.ดร.ธรณ์ นักวิชาการด้านสัตว์ทะเล ชี้พะยูนในทะเลอ่าวไทยอยู่ในขั้นวิกฤติ จี้ทุกฝ่ายแก้ปัญหาจริงจัง ก่อนที่พะยูนจะเป็นสัญลักษณ์ของความล้มเหลวในการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากของไทย
ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านสัตว์ทะเล อธิบายกรณีพบซากพะยูนตัวสุดท้ายของอ่าวไทย ผ่านเฟสบุ๊คส่วนตัวว่า ปัจจุบันพะยูนในอ่าวไทยลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังพบว่ายังมีพะยูนที่อพยพไปมาระหว่างเขมรกับทะเลตะวันออกอยู่บ้าง ซึ่งอาจเหลืออยู่ทางภาคใต้ตอนล่างแต่เหลือน้อยเต็มที ส่วนจะเป็นตัวสุดท้ายหรือไม่สุดท้าย ภาวะที่เกิดขึ้นนี้คงต้องบอกว่าอยู่่ในขั้นวิกฤต และมองว่าพะยูนเป็นสัตว์สงวน แต่ดูเหมือนว่าการเป็นสัตว์สงวนยังไม่เพียงพอ เพราะมีการตายแบบผิดธรรมชาติมาตลอด โดยเฉพาะการตายที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ
ผศ.ดร.ธรณ์ บอกด้วยว่าในอดีตมีการล่าพะยูนเพื่อเป็นอาหาร และล่าเพื่อนำอวัยวะไปเป็นเครื่องรางของขลัง หรือเอาไขมันไปทำยานวดแก้ปวดเมื่อย ตามความเชื่อในท้องถิ่นปัจจุบันการล่าเป็นอาหารน้อยลง แต่การล่าเอาเขี้ยวยังมีอยู่ ดังที่เห็นซากพะยูนถูกตัดเขี้ยวเป็นประจำ แม้บางทีอาจเป็นการตัดเขี้ยวหลังพะยูนตายด้วยสาเหตุอื่น แต่ก็ไม่มีใครพิสูจน์ได้ ซึ่งรวมถึงกรณีพะยูนที่เพิ่งตายล่าสุดแบบไม่ตั้งใจ เพราะพะยูนติดเครื่องมือประมงของชาวประมงในรูปแบบต่างๆ ซึ่งเป็นปัญหาต่อเนื่องและยังไม่สามารถจัดการได้เบ็ดเสร็จ เพราะแหล่งหาอาหารของพะยูน บางส่วนเป็นพื้นที่ทำประมงเช่นกัน
ส่วนสาเหตุอื่นๆ เช่น กิจกรรมท่องเที่ยวโดยเฉพาะเรือเร็วอาจชนทำให้พะยูนบาดเจ็บหรือตายได้นั้น ในระยะหลัง มักเจอสัตว์หายากที่บาดเจ็บหรือตายจากเรือชนหรือโดนใบจักรเป็นประจำ การดูแลเรื่องนี้ทำได้ยาก แต่ก็ต้องหาทางแก้ให้ได้
นอกจากนี้ยังมีผลกระทบทางอ้อม แหล่งหญ้าทะเลถูกทำลาย อาจเกิดจากการประมง การพัฒนาชายฝั่งที่ไม่รอบคอบ ฯลฯ
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่กรมทะเลรายงานคณะกรรมการทะเลแห่งชาติ ปริมาณแหล่งหญ้าทะเลโดยรวมยังไม่ลดลงมากจนเป็นสาเหตุสำคัญ อาจเกิดการลดลงเฉพาะแหล่งเท่านั้น ซึ่งมองว่าการปลูกหญ้าทะเลเป็นกิจกรรมส่งเสริมการอนุรักษ์ที่ดี แต่ไม่ได้หมายความว่า เราปลูกหญ้าได้มากมายแล้วพะยูนจะไม่สูญพันธุ์ ตราบใดที่ปัญหาหลักยังคงเป็นเรื่องการประมง มลพิษทางทะเล ขยะ (เศษอวนพันพะยูน) ภาวะโลกร้อน ฯลฯ อาจทำให้สภาพสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป และส่งผลกระทบต่อพะยูนได้ เมื่อเกิดผลกระทบหลากหลาย พะยูนที่เป็นสัตว์ที่แพร่ขยายพันธุ์ได้ช้า อีกทั้งมีช่วงห่างระหว่างการตั้งท้องครั้งหนึ่งนาน 3-7 ปี จึงมีโอกาสสูญพันธุ์ได้
ผศ.ดร.ธรณ์ ยังเสนอทางออก คือต้องแก้ไขอย่างจริงจัง ตามกลไกทางกรรมการทะเลแห่งชาติ ต้องจัดตั้งคณะทำงานเรื่องสัตว์หายากโดยเฉพาะ และหาทางแก้ไขแบบมีส่วนร่วมกับทุกฝ่าย โดยตั้งเป้าให้จริงจังว่าเราจะทำอะไร และมีตัวชี้วัดตรงไหน ไม่งั้นพะยูนจะเป็นความล้มเหลวของการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากของไทย และนั่นคือความล้มเหลวของการอนุรักษ์ทะเลทั้งมวล
