ว่า เมื่อวานนี้ (1ธ.ค.) พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เรียกกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ,สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และตำรวจ มาประชุมหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้ ส่วนขั้นตอนต่อไปก็คงต้องรอ หากพระธัมมชโย ไม่มาตามนัด พล.ต.อ.ศรีวราห์ ก็มีขั้นตอนดำเนินการอยู่แล้ว ส่วนจะมีการดำเนินการจับกุมพระธัมมชโยหรือไม่นั้น ต้องดูสถานการณ์ เนื่องจากการนำกำลังเข้าไปจับกุมไม่สามารถทำได้ตลอด และยอมรับว่าตนมีความเป็นห่วงในเรื่องการปะทะ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่งตอนนี้ได้ให้ พศ. เข้ามาช่วยอีกทางหนึ่ง โดยมองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องสลับซับซ้อน สังคมสามารถตัดสินได้อยู่แล้วว่าใครเป็นอย่างไร
พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกศิษยานุศิษย์ ออกมาระบุว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่ เข้าข่ายดูหมิ่นเจ้าพนักงานหรือไม่นั้น ก็ต้องดูในรายละเอียดของคำพูดว่าเข้าข่ายหรือไม่ ถ้าเข้าข่ายก็ต้องดำเนินการ ดูแล้วน่าจะเป็นการกดดันเจ้าหน้าที่มากกว่า ไม่เห็นไปกดดันคนอื่นบ้างเลย และขอให้สื่อมวลชนนำเสนอข่าวอย่างเป็นกลางและให้ความเป็นธรรมด้วย ไม่ใช่เอาไปเปรียบเทียบกับการปิดล้อมจับมาเฟีย หรือผู้มีอิทธิพล เป็นคนละเรื่องกัน เนื่องจากมาเฟียหรือผู้มีอิทธิพล มีกำลัง มีอาวุธ พร้อมต่อสู้ ส่วนพระธัมมชโย มีลูกศิษย์ เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อน การดำเนินการต่างๆมีขั้นตอนตามกฎหมายอยู่แล้ว ยืนยัน ว่าคดีจะไม่ยืดเยื้อ ส่วนจะสามารถได้ตัวพระธัมมชโยภายใน 1-2 เดือนนี้หรือไม่นั้น ก็ต้องอยู่ที่ตัวพระธัมมชโย ว่าจะมีความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างไร
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ พล.ต.อ. จักรทิพย์ กล่าวว่าไม่ได่สั่งการอะไรเป็นพิเศษ เชื่อว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีวิธีการดำเนินการอยู่แล้ว โดยแสดงความเป็นห่วงว่าจะมีการปะทะ เกิดเหตุบานปลาย เนื่องจากกลุ่มคนดังกล่าวถูกปลูกฝังมาแบบนั้น โดยส่วนตัวตนยังเชื่อว่าขณะนี้พระธัมมชโยยังอยู่ในวัน และต้องไปตรวจสอบว่าใครเป็นเจ้าของพื้นที่ ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ฐานให้ที่พักพิง