1.ในแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่คาดว่าจะใช้งบประมาณขาดดุลสูงกว่า 5.3 ล้านล้านดอลลาร์ในช่วง 10 ปีข้างหน้านี้ อาจต้องก่อหนี้จำนวนมกาศาลตามมา โดยรายงานข่าวล่าสุดว่า Steve Mnuchin ว่าที่รัฐมนตรีคลังสหรัฐคนใหม่ ซึ่งจบจากหมาวิทยาลัย Yale มีแนวคิดที่จะออกบอนด์รัฐบาลที่อายุ 50 ปี หรือ 100 ปี เพื่อให้บอนด์ยีลด์ระยะยาวมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น หลังจากที่บอนด์ยีลด์อายุ 30 ปีซึ่งเป็นบอนด์ระยะยาวที่สุดในขณะนี้ปรับตัวขึ้นไปยืนเหนือระดับ 3.0969% หลังจากระหว่างชั่วโมงซื้อขายเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาพุ่งขึ้นแตะ 3.1148%
นอกจากนี้การออกบอนด์ระยะยาวประเภท 50 ปี และ 100 ปี จะเปิดโอกาสให้รัฐบาลสหรัฐสามารถยึดอายุหนี้ออกไปได้ จากบอนด์ที่จะครบกำหนดไถ่ถอนใน 30 ปีหรือปี 2046 อาจยืดเป็นหนี้ที่มีระยะยาวมากขึ้น หลังจากกระทรวงการคลังพร้อมที่จะออกบอนด์ใหม่ที่มาอายุ 50 หรือ 100 ปี
2.ทรัมป์ไม่เพียงจะได้รับชัยชนะการเลือกตั้งดปฌนปธน.สหรัฐ แต่เขายังสามารถทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่าอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับสกุลเงินทั่วโลก โดยที่ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ หรือ Dollar Index ยังคงยืนเหนือระดับ 101 ท่ามกลางเสียงที่เงียบงันจากเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ถึงแม้ว่าอยากจะเห็นเงินดอลลาร์มี Dollar Index ที่ 98 ก็ตาม ซึ่งที่ผ่านมาเฟดได้เข้าแทรกแซงให้ทิศทางเงินดอลลาร์ยังคงเอื้อต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของทรัมป์ จากการใช้เม็ดเงินมากถึง 4 ล้านล้านดอลลาร์เพื่อการแทรกแซงค่าเงินดอลลาร์ขณะนี้
เงินดอลลาร์วันนี้แข็งค่าขึ้นอีกโดยเฉพาะกับเงินเยนที่ร่วงลงแตะ 114.20 ต่อดอลลาร์ หลังที่ต้นสัดาห์มีแรงซื้อเยนหื้นตัวที่ 111 ก่อนที่จะร่วงลงอีกครั้งเมื่อวันพฤหัสฯที่ผ่านมา โดยเงินเยนอ่อนค่าลงมากกว่า 6% หลังทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง
3.ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นทำสถิติใหม่อีก ปิดวันพฤหัสฯที่ 19,190 บวก 68 จุดหรือ 0.36% แต่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีกลับทุรดตัวลงมากกว่า 1.36% เป็นวันที่สอง โดย Nasdaq ปิดที่ 5,251 ในทิศทางเดียวกับ S&P 500 ติดลบ 0.35% ปิดที่ 2,191 จากความกังวลที่บริษัทธุรกิจซึ่งทำรายได้จากการลงทุนนอกประเทศที่ทำรายได้ในสัดส่วน 47% นั้นอาจได้รับผลกระทบด้านลบจากเงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินท้องถิ่นในประเทศต่างๆ จะส่งผลต่อรายได้ที่ลดลงท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังชะลอตัว
4.การแข็งค่าของ Dollar Index ยังส่งผลต่อราคาทองโลกที่ดิ่งลงต่ำสุดในรอบ 10 เดือนที่ 1,164 ดอลลาร์ต่ออนซ์เมื่อวันพุธในตลาดนิวยอร์ก กาอนที่จะรีบาวน์ขึ้นที่ 1,174 ดอลลาร์ช่วงเช้าวันนี้ หลังจากที่เคยขึ้นไปสูงถึง 1,335 ดอลลาร์ในระหว่างชั่วโมงซื้อขายของวันที่ 8 พ.ย.
5.สำหรับราคาน้ำมันเวสต์เท็กซัส หรือ WTI ได้พุ่งทะลุ 51 ดอลลาร์มาปิดที่ 51.26 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และน้ำมันเบรนท์อยู่ 53.94 ดอลลาร์ เหตุจากที่กลุ่มโอเปกได้ยอมรับในข้อตกลงตัดลดกำลังผลิตน้ำมันร่วมกับกลุ่มนอกโอเปกรวมกัน 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยคาดว่าบางส่วนจะเริ่มทยอยปรับลดลงในวันที่ 1 ม.ค. 2560