ต่อมาเมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมาทาง สน. หนองค้างพลู ได้ทำการติดตามตัว นายคมกริช มาพบพนักงานสอบสวนแล้วทำการสอบสวนปากคำไว้เป็นพยาน จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า การกระทำของคนขับรถยนต์เก๋งแคมรี่เป็นความผิดฐานทำร้ายผู้อื่นไม่ถึงกับเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บเป็นอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และจากการตรวจสอบรถยนต์เก๋งแคมรี่คันดังกล่าวพบว่าผู้ถือกรรมสิทธิ์และผู้ครอบครอง คือบริษัทซูมิโตโม มิตชุย ออโต้ลิส แอนด์เซอร์วิสจำกัด ตั้งอยู่ที่ 161 อาคารนันทวันชั้น 17 ถนนราชดำริ ลุมพินี เขตปทุมวันกรุงเทพฯ และจากการตรวจสอบจากกรมการขนส่ง พบว่าผู้ครอบครองและใช้รถเก๋งคันดังกล่าวน่าจะเป็นบุคคลที่ทำงานอยู่ในบริษัทดังกล่าว แต่ยังไม่สามารถติดตามผู้ครอบครองและใช้รถยนต์เก๋งดังกล่าวตามวันเวลาเกิดเหตุได้
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังฝ่ายสืบสวนทำการตรวจสอบรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวตามบ้านพักในหมู่บ้านศรีเพชรและชุมชนร่มประดู่ แต่ยังไม่พบรถยนต์เก๋งคันดังกล่าว และจากการตรวจสอบรถยนต์แท็กซี่สีส้มคันหมายเลขทะเบียนคันดังกล่าวพบว่าเป็นรถแท็กซี่ของสหกรณ์แท็กซี่กาญจนาภิเษก เมื่อตรวจสอบไปยังสหกรณ์แท็กซี่กาญจนาภิเษกเมื่อเวลา 22.00 น. ของวันที่28 พฤศจิกายน พบว่าสหกรณ์ได้ปิดทำการไปแล้วจึงไม่สามารถตรวจชื่อและที่อยู่ของผู้ขับรถแท็กซี่คันดังกล่าวได้
ล่าสุดวันที่ 29 พฤศจิกายน ทางตำรวจจะเร่งรัดทำการตรวจสอบชื่อที่อยู่ของคนขับแท็กซี่สีส้มคันดังกล่าว และติดตามให้ไปพบพนักงานสอบสวนเนื่องจากหลังเกิดเหตุคนขับแท็กซี่ ไม่ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน พร้อมกันนี้จะเร่งรัดให้ทางบริษัทที่ถือกรรมสิทธิ์และครอบครองรถเก๋งแคมรี่ ให้ติดตามผู้ขับขี่ในวันเกิดเหตุมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อสอบปากคำและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป