ตามฟ้องอัยการโจทก์ บรรยายพฤติการณ์สรุปว่า จำเลยให้การรับสารภาพว่า เมื่อวันที่ 4 ต.ค.59 เวลา กลางวัน จำเลยได้ประทุษร้ายร่างกาย ด.ช.แมน อายุ 6 ปีเศษ ด้วยการใช้เท้าถีบโดยแรงที่ศีรษะซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญของเด็กชายผู้เสียหาย จนศีรษะกระแทกกับพื้น จากนั้นจำเลยได้ใช้เท้ากระทืบศีรษะซ้ำต่อเนื่องหลายครั้ง เป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บอันตรายแก่กาย ศีรษะฟกช้ำ ทางคิ้วขวาถลอก ใบหูซ้าย-ขวาช้ำบวม เบ้าตาขวาด้านหางตาช้ำบวม ไหปลาร้าขวาถลอก ใช้เวลารักษาประมาณ 14 วัน การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำที่ทารุณโหดร้าย โดยเด็กชายผู้เสียหายไม่มีทางต่อสู้ เหตุเกิดที่แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม. ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา ม.295,296,289 จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลพิเคราะห์คำฟ้อง ประกอบคำรับสารภาพแล้ว เห็นว่า การกระทำของจำเลย เป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา ม.295,296,289 ซึ่งการกระทำนั้นเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตาม ม.296 ประกอบ ม.289 (5) ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายซึ่งกระทำโดยทารุณฯ ที่เป็นบทหนักสุด
จึงพิพากษาให้จำคุก นายอำนาจ จำเลย เป็นเวลา 3 ปี และปรับ 6,000 บาท ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง จึงให้จำคุกเป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน และปรับ 3,000 บาท
ทั้งนี้ไม่ปรากฏว่า จำเลยเคยรับโทษจำคุกมาก่อน ประกอบกับตามรายงานการสืบเสาะและพินิจ จำเลยได้วางเงิน 10,000 บาทเพื่อบรรเทาผลร้ายให้โจทก์ร่วมแล้ว ดังนั้น โทษจำคุก จึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี โดยให้คุมประพฤติจำเลย ด้วยการให้รายงานตัวกับพนักงานคุมประพฤติเป็นเวลา 2 เดือน/1 ครั้ง โดยให้รายงานตัวรวม 6 ครั้งในเวลา 1 ปี และให้จำเลยทำกิจกรรมบริการสาธารณะและสังคม ตามที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรด้วยเป็นเวลา 48 ชั่วโมง ที่บ้านเด็กพิการซ้ำซ้อน เขตบางเขน กทม. หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทน ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.29 และ 30
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเหตุดังกล่าวสืบเนื่องจากวันที่ 4 ต.ค.59 นายณัฏฐา สุวรรณ อายุ 34 ปี ได้แจ้งเหตุต่อพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว ว่า บุตรชายวัย 6 ขวบถูกนายอำนาจ เพื่อนบ้านทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดภายในบริเวณบ้านเอื้ออาทรปัญญารามอินทรา แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กทม.ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าว มีกล้องวงจรปิดของอาคาร จับภาพขณะเกิดเหตุไว้ได้ โดยนายอำนาจ เข้ามอบตัวและให้การรับสารภาพอ้างว่า ที่ลงมือกระทำไปเนื่องจากเกิดความไม่พอใจที่คิดว่าลูกของตนเองทะเลาะถูกรังแกกับเด็กผู้เสียหาย