เนชั่นทีวี

ข่าว

สืบจากท่วงท่า และวิถีกระสุน จับโจรปล้นเงินเอทีเอ็ม

25 พ.ย. 2559 | lastman

สืบจากท่วงท่า และวิถีกระสุน จับโจรปล้นเงินเอทีเอ็ม

ร่วม 5 วันที่ชุดสืบสวนภูธรภาค 7 และกองปราบปราบ แกะรอยไล่ล่าคนร้ายปล้นรถขนเงินธนาคารกรุงไทย ได้เงินไปกว่า 5 ล้านบาท โดยเริ่มจากหลักฐานชิ้นสำคัญ ท่วงท่าการยิง และวิถีกระสุนของคนร้าย ก่อนที่จะนำไปสู่การจับกุมตัวตำรวจนอกรีด ติดตามได้จากรายงานชิ้นนี้

จากท่วงท่า และจังหวะการยิ่งของคนร้ายปล้นรถขนเงิน ธนาคารกรุงไทย เป็นหลักฐานสำคัญที่ชุดสืบสวนภูธรภาค 7 และ กองปราบปราม มุ่งปมไปกลุ่มคนมีสีนอกรีดที่ถูกให้ออกจากราชการในเขตพื้นที่ สุพรรณบุรี กาญจนบุรี สมุทรสาคร และนครปฐม นำทะเบียนประวัติอาชญากรของตำรวจภูธรภาค 7 มาตรวจสอบหารูปพรรณสัณฐาน พฤติการณ์วิธีการใช้อาวุธ และกลุ่มที่ชำนาญการใช้ปืนพกขนาด 9 มม. ที่เป็นอาวุธของคนร้ายในคดี

พร้อมแกะรอย ตรวจกล้องวงจรปิดอย่างละเอียดพบว่า คนร้ายสวมเสื้อเกราะป้องกันตัว ที่ประชาชนปกติธรรมดาไม่น่าจะมีงแน่นอน แต่ต้องเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือเคยเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ จุดน่าสนใจ คือ ท่าทาง และ วิธีการยิงปืนของคนร้ายที่สามารถบิดข้อมือในแนวราบแล้วยิงปืนมือซ้ายได้ด้วย
ส่วนวิถีกระสุน ยิงมาจากริมถนน แล้วหัวกระสุนฝังที่มุมร้านสะดวกซื้อข้างตู้เอทีเอ็มที่เกิดเหตุ มีความสูงจากพื้นกว่า 2 เมตร จึงน่าจะเชี่ยวชาญการใช้อาวุธ หากไม่มีความเชี่ยวชาญคมกระสุน จะต้องถูกประชาชนในระแวกนั้น
ชุดสืบสวนแกะรอยจนทราบว่าผู้ร่วมปล้นเงินคือ นายชัยเดช เพชรปานกัน หรือใหญ่ อายุ 35 ปี ชาว อ.สองพี่น้อง สุพรรณบุรี หนีไปซ่อนตัวที่บ้านแฟนในเขต ต.ดอนมะนาว / โดยตำรวจภูธรภาค 7 นำกำลังจากหน่วยคอมมานโด หน่วยสุนัขตำรวจจาก K9 กว่า 100 นาย เข้าตรวจค้นบ้านแฟนสาวของ นายชัยเดช แต่จากการปูพรมตรวจค้นไม่พบตัว มีเพียง น.ส.แอน แฟนสาว จึงนำตัวมาเค้นสอบ

ขยายผล จน พบรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า รุ่นมีโอ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน คันก่อเหตุ และของกลางเป็นเสื้อกางเกงของคนร้าย ทิ้งไว้ในบ่อน้ำทิ้งหลังห้องน้ำ ก่อนกระจายกำลังปิดล้อมเพื่อจับตัวคนร้ายอีก 1 คน คือ นายสมนึก สมสวย อายุ 35 ปี คนขายป๊อปคอร์นในปั๊มน้ำมัน ซึ่งเป็นคนชี้เป้าให้ปล้นรถขนเงิน
อีกหนึ่งหลักฐานชิ้นสำคัญ คือ โทรศัพย์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง รุ่นฮีโร่ ตกในที่เกิดเหตุ ชุดสืบสวนคลี่คลายคดี หาเบาะแสร้านขายโทรศัพท์มือถือในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี จนพบว่ามีผู้ซื้อโทรศัพท์มือถือยี่ห้อนี้ พร้อมทั้งซื้อซิมการ์ดโทรศัพท์ ลงทะเบียนซิมการ์ดโดยชื่อบุคคลหนึ่ง ที่อยู่อาศัยใกล้ละแวกที่เกิดเหตุ ก่อนจะไล่สาวจนถึง ส.ต.ต.วิฑูรย์ เพชรปานกัน อายุ 24 ปี ผบ.หมู่ ป้องกันและปราบปราม สภ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ที่คาดว่าจะเป็นผู้ลงมือยิงปืน และปล้น ก่อนเข้าควบคุมตัว ไปสอบสวนที่ ภูธรภาค 7

จากการเค้นสอบ ส.ต.ต.วิฑูรย์ นานกว่า 5 ชั่วโมง จึงจำนนต่อหลักฐาน ยอมรับสารภาพว่า เป็นผู้วางแผนชิงทรัพย์ครั้งนี้ และเป็นเจ้าของเสื้อเกราะกันกระสุน ก่อนซัดทอดว่าพี่ชายพร้อมเพื่อนอีก 2 คนร่วมกันก่อเหตุ เพราะพี่ชายต้องการใช้เงิน จึงแค่วางแผนในการก่อเหตุเท่านั้น ส่วนผลการสอบสวน นายสมนึก รับสารภาพว่าร่วมกับน ายชัยเดช ซึ่งเป็นคนลงมือจี้เงิน และ ส.ต.ต.วิฑูรย์ เป็นคนวางแผน ก่อนแยกย้ายกันหลบหนี

แต่ชุดสอบสวนยังไม่ปักใจเชื่อ จึงต้องรวมพยานหลักฐานเพื่อขออำนาจศาลพิจารณาอนุมัติหมาย และตั้งชุดไล่ล่าเร่งติดตามทรัพย์สินทั้งหมดคืนมา รวมถึงคลี่คลายคดีดว่าใครเป็นผู้บงการ.

ข่าวล่าสุด