ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการสรุปความเห็นของประชาชน ต่อ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ ร่าง พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง ที่คณะอนุกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นร่างกฎหมายประกอบ ในคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่มีนายฐิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย เป็นประธานอนุฯ ได้เปิดเวทีเพื่อรับฟังควาเห็นของประชาชน ส่วนของเวทีจ.เชียงราย จ.สุราษฎร์ธานี จ.ชลบุรี และ จ.อุบลราชธานี เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมีสาระสำคัญ อาทิ ความคิดเห็นของประชาชนต่อร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมือง เสนอให้พรรคการเมืองมีสมาชิก 500 - 50,000 คน ซึ่งครอบคลุมทุกพื้นที่และหลากหลายอาชีพ รวมถึงควรอนุญาตให้พระสงฆ์หรือนักบวชสามารถสมัครเป็นสมาชิกพรรคได้ ขณะที่การเก็บค่าสมาชิกนั้นเสนอให้เก็บอัตราไม่เกิน 500 บาทต่อปี และพรรคการเมืองต้องทำระบบทะเบียนสมาชิกทุกๆ 2 ปี สำหรับการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งควรกำหนดให้สาขาพรรคสามารถชี้ขาดตัวผู้สมัครได้ โดยมีข้อเสนอให้ใช้ระบบไพรมารี่โหวตในพื้นที่เลือกตั้ง ส่วนการบริหารจัดการพรรคการเมืองนั้น ควรกำหนดวาระของกรรมการบริหารพรรคการเมือง เพียง 2 ปี สำหรับการตรวจสอบบัญชีหรือข้อมูลการเงิน เสนอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีอำนาจกำหนดหลักเกณฑ์การใช้เงินของพรรคการเมือง รวมถึงการควบคุมและเปิดเผยค่าใช้จ่ายต่อสาธารณะ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับข้อเสนอต่อร่างพ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. นั้นมีสาระสำคัญ อาทิ การจัดการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นควรมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการ ขณะที่ กกต. มีหน้าที่กำกับดูแลการแข่งขันเลือกตั้ง และมีหน้าที่ทำป้ายเพื่อใช้หาเสียง สำหรับประเด็นกกต.ระดับจังหวัดมีข้อเสนอ 2 แนวทาง คือ ให้คง กกต.จังหวัดไว้เหมือนเดิม และไม่ควรมีกกต.จังหวัด และใช้คณะผู้ควบคุมการเลือกตั้ง ตามที่ กกต.ส่วนกลางพิจารณาแทน และควรกำหนดให้ประชาชนมีส่วนร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้งได้ สำหรับประเด็นการรีเซ็ทกรรมการการเลือกตั้งนั้น มีข้อเสนอให้ สรรหาใหม่ทั้งหมด.