นายชวทัย ณ ไพรี เจ้าของนาข้าวผืนนี้ เปิดเผยว่า ในฐานะลูกชาวนาที่ยึดอาชีพทำนาคนหนึ่งที่รักและเทิดทูนพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อชาวนาไทย โดยเฉพาะชาวนาในพื้นที่จังหวัดพัทลุงที่มี " ข้าวสังข์หยด " ข้าวพันธุ์พื้นเมือง มีการปลูกและเป็นที่นิยมในท้องถิ่นมานานหลายชั่วอายุคนแล้ว โดยเป็นข้าวที่มีคุณภาพดีมาก สามารถต้านทานต่อโรคและแมลงศัตรูพืชหลายชนิดนอกจากนี้ข้าวสังข์หยดพัทลุงยังได้รับคำประกาศรับรองให้เป็น "สินค้าบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์" หรือข้าวจีไอ (GI) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ พ.ศ.2546 โดยใช้ชื่อว่า "ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง" นับเป็นข้าวจีไอพันธุ์แรกของประเทศไทยซึ่งชาวนาพัทลุงต่างภูมิใจอย่างยิ่งด้วยเหตุนี้จึงต้องการแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงได้ร่วมกันปักดำนาข้าวให้เป็นตัวเลข ๙ และข้อความว่า "ตามรอยพ่อ" เพื่อถวายอาลัยแด่พระองค์ท่าน อีกทั้งยังตั้งใจที่จะสานต่อปณิธานของพ่อของแผ่นดินที่สอนให้รู้จักกินอยู่อย่างพอเพียง นอกจากนี้ยังตั้งใจว่าจะเก็บเกี่ยวข้าวในแปลงนาแห่งนี้ ขึ้นเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯเป็นพระราชกุศลต่อไปด้วย"ชาวนาเป็นดั่งผู้เขียนงานศิลปะบนผืนดินด้วยแปลงข้าว ดังนั้นในฐานะลูกชาวนาที่อาจไม่มีโอกาสขึ้นไปกราบบังคมพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศที่พระบรมมหาราชวัง สิ่งที่พอทำได้คือ การสร้างสรรค์งานศิลปะที่แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ออกมาในรูปแบบที่ชาวนาถนัดคือการปลูกข้าวเพื่อร่วมถวายอาลัยและสำนึกในพระมาหากรุณาธิคุณ โดยมีข้อความที่สลักไว้บนผืนแผ่นดินและนาข้าวแทนการเขียนคำถวายอาลัยในแผ่นกระดาษ ด้วยมั่นใจว่าพ่อแห่งแผ่นดินที่เสด็จสู่สวรรคาลัยจะมองเห็นปณิธานของชาวนาที่สามารถพึ่งพาตัวเองตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่พระองค์ท่านได้วางรากฐานไว้ " นายชวทัย กล่าว