พล.ต.ม.จ.จุลเจิม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนและญาติเคยได้ยินข่าวว่ามีกลุ่มคนแอบอ้างว่าเป็นคนในราชสกุลยุคลและสวัสดิวัตน์ เพื่อเข้าไปภายในพระบรมมหาราชวัง แต่ไม่เคยพบเจอกับตัวเอง กระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมา ตนได้รับแจ้งจากทางญาติราชสกุลสวัสดิวัตน์ว่า มีผู้ลงชื่อว่า "นางสาวแม้นนฤมาส" และพาบุคคลอื่นอีก 4-5 คน เพื่อเข้าร่วมพระราชพิธีสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นสถานที่ที่จัดไว้เฉพาะราชนิกุลเท่านั้นแต่ทางญาติสงสัยจึงได้ประสานเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังตรวจสอบบัตรประชาชน จึงทราบว่า
กลุ่มคนดังกล่าวมีการแอบอ้างจริง และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดกับราชสกุลของพวกตนเลย เบื้องต้นทางสำนักพระราชวังจึงว่ากล่าวตักเตือนและปล่อยตัวไป วันนี้ตนจึงตัดสินใจพาบุตรสาวมาลงบันทึกประจำวันไว้กับพนักงานสอบสวนเพื่อป้องกันการถูกนำชื่อไปแอบอ้างและก่อเหตุให้เกิดความเสียหายขณะที่ ม.ร.วแม้นนฤมาส กล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาบิดาได้โทรศัพท์มาแจ้งให้ตนทราบถึงเรื่องที่มีคนนำชื่อตนไปเซ็นเพื่อเข้าไปภายในพระบรมมหาราชวัง ยอมรับว่าตกใจมาก เพราะเมื่อคืน ตนอยู่ที่บ้าน และตนไม่ได้เข้าไปภายในพระบรมมหาราชวัง และขอยืนยันว่าไม่เคยพาบุคคลอื่นลัดคิวประชาชนเพื่อเข้าไปในพระบรมมหาราชวังด้วย และยืนยันว่าไม่เคยรู้จักกับบุคคลดังกล่าวแต่อย่างใด ทั้งนี้ตนอยากฝากถึงประชาชนว่าพวกตนและญาติๆไม่เคยแซงคิว หรือพาบุคคลอื่นลัดคิวประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะอย่างแน่นอน เพราะทุกคนต้องการให้ประชาชนที่มาเข้าแถวรอก่อน เนื่องจากบางคนเดินทางมาจากต่างจังหวัด มาจากที่ไกลๆ และมาเข้าแถวยืนรอตั้งแต่เช้าถึงค่ำ และอยากฝากถึงบุคคลที่แอบอ้างชื่อและราชสกุลว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม ไม่สมควรทำ ขอร้องให้เลิกทำเสีย
ด้านพ.ต.อ.ธนกฤต กล่าวว่า เบื้องต้นตำรวจรับเรื่องไว้พร้อมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดใดบ้าง และจะนำไปหารือกับทางสำนักพระราชวัง และเชิญเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังที่อยู่ในวันที่เกิดเหตุมาให้ข้อมูล ก่อนเพื่อดำเนินการต่อไป