จากการสอบถามเบื้องต้นทั้ง 3 ให้การว่า เป็นพนักงานขับรถและพนักงานขนเงินของบริษัทรักษาความปลอดภัยกรุงไทยธุรกิจบริการ ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถนำเงินจำนวนมากมาจากศูนย์บริการที่ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง เพื่อมาเติมเงินตู้เอทีเอ็มในพื้น จ.สุพรรณบุรี รวมทั้งหมด 4 จุด และจุดเกิดเหตุเป็นจุดสุดท้าย เมื่อพวกตนขับรถเข้ามาจอดแล้วนำเงินสดทั้งหมด 5,130,000 บาท ลงจากรถและกำลังเปิดตู้เพื่อจะนำเงินใส่ ทันใดนั้นได้มีคนร้ายเป็นชายสวมหมวกไหมพรมคลุมศีรษะ ขี่รถจักรยานยนต์ จำยี่ห้อและทะเบียนไม่ได้เข้ามาจอดแล้วคนร้ายได้ชักอาวุธปืนออกมายิงขึ้นฟ้า 1 นัด จากนั้นสั่งให้พวกตนหมอบลงกับพื้น ห้ามขัดขืน ก่อนคนร้ายจะวิ่งเข้ามาคว้าถุงบรรจุเงินทั้งหมดวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่ติดเครื่องไว้
ขณะที่คนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ออกจากจุดเกิดเหตุได้ใช้อาวุธปืนยิงเพื่อเปิดทางอีก 2 นัด ก่อนเร่งเครื่องหนีมุ่งหน้าไป อ.สองพี่น้อง หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้วิทยุสกัดเส้นทางหลบหนีแต่ไร้วี่แวว จากการตรวจสอบที่เกิดพบปลอกกระสุนขนาด 9 มม.ตกอยู่ 3 ปลอก และหัวกระสุนขนาดเดียวกันอีก 1 หัว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับนำตัวคนขับรถขนเงินไปสอบปากคำไว้เป็นหลักฐาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเกิดเหตุพนักงานเติมน้ำมันของปั๊มน้ำมันได้ใช้โทรศัพท์มือถ่ายคลิปคนร้ายไว้ได้ขณะกำลังหลบหนี ล่าสุด พล.ต.ต.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.ภ.7 ได้ลงพื้นที่เรียกประชุมชุดทำงาน เพื่อหาทางติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน ส่วนคนร้ายเบื้องต้นคาดเป็นมืออาชีพ และเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของรถขนเงินมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งสบโอกาสจึงลงมือเหตุดังกล่าว
สำหรับปั๊มดังกล่าวเป็นของอดีต สส.พรรคชาติไทยพัฒนา เพิ่งเปิดให้บริการนาน 4 เดือนเศษ ส่วนตู้เอทีเอ็มนั้นเพิ่งมาติดตั้งได้ประมาณ 2 เดือนเศษเช่นกัน