จากการสอบสวนนายเดช ให้การอ้างว่า ตนได้รับยามาจากย่านสุวินทวงศ์ ก่อนจะนำมาพักไว้ที่พักของตนโดยนำของกลางทั้งหมดใส่ไว้ในตู้เก็บของใต้เบาะนั่ง เพื่อรอนำของไปส่งแต่จะที่ไหนนั้นจะมีนายทุนโทรมาบอก หลังจากนั้นตนมีหน้าที่นำของไปส่งตามนัดหมาย โดยทำมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกได้ค่าจ้าง 2 แสนบาท ส่วนครั้งนี้ถ้าทำสำเร็จก็จะได้ค่าจ้าง 3 แสนบาท ซึ่งก่อนหน้านี้ตนจะใช้วิธีนั่งรถทัวร์ไปส่งของ แต่หลังจากได้ค่าจ้างมาก้อนแรกมาก็ได้นำไปซื้อรถตู้ของกลางมาจากเพื่อนซึ่งมีการดัดแปลงเป็นรถพยาบาล ตนยืนยันว่าไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิดังกล่าวและเพิ่งซื้อมาเลยยังไม่ได้ลอกสติ๊กเกอร์ออก แต่ที่ซื้อรถคันนี้มาใช้เนื่องจากมีเพื่อนทำงานเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ซึ่งตนไม่มีความรู้ด้านการแพทย์ จะคอยให้เพื่อนส่งงานรับส่งคนป่วยมาให้เพื่อเป็นรายได้ในการใช้จ่ายต่างๆ ไม่ได้มีเจตนาที่จะนำรถคันดังกล่าวมาตบตาเจ้าหน้าที่ในการส่งยาเสพติดแต่อย่างใด
พล.ต.ต.ชัยพร กล่าวว่า สืบเนื่องจากผู้ต้องหานั้นมีหมายจับในข้อหา ยักยอกทรัพย์ ของสภ.คูคต จ.ปทุมธานี ซึ่งทางสน.ลาดพร้าวได้รับการประสานงานมาว่าผู้ต้องหาได้มาพักในห้องเช่า ย่านถนนแฮปปี้แลนด์ หลังจากนั้นชุดกับกุมได้นำกำลังเข้าตรวจค้น จบพบตัวผู้หาโดยผู้ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจริง หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่าผู้ต้องหาท่าทางมีพิรุธคล้ายกับผู้เสพยาเสพติด จึงได้ทำการตรวจปัสสาวะ ผลปรากฏว่ามีสารเสพติดในร่างกาย จากนั้นจึงได้ทำการสอบสวนจนผู้ต้องหารับสารภาพว่ามียาบ้าและยาไอซ์ ซุกซ่อนอยู่ในรถตู้จำนวนหนึ่ง ซึ่งจอดอยู่ในลานจอดรถหน้าที่พัก เมื่อเข้าตรวจค้นก็พบของกลางดังกล่าว
พล.ต.ต.ชัยพร กล่าวอีกว่า ในส่วนของการรับส่งของผู้ต้องหานั้นจะรอโทรศัพท์จากนายทุน จากนั้นก็จะขับรถตู้คันดังกล่าวไปส่งยาเสพติดตามสถานที่ได้นัดกันเอาไว้ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ จึงไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้มากนัก อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหา ก็พบว่าเคยถูกจับข้อหาเสพยาเสพติดมาก่อนหน้านี้อีกด้วย
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้า และ ยาไอซ์ ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสน.ลาดพร้าวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป