วันที่ 18 พย. ภายหลังจากที่นายณัฐพล รัตนพันธุ์ ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติทางทะเล กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แถลงความคืบหน้า กรณีที่ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ ได้ลงนามในคำสั่งโยกย้ายหัวหน้าอุทยานฯ เขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด จ.ระยอง พร้อมเจ้าหน้าที่รวม80คนเมื่อปลายเดือน กันยายน ที่ผ่านมา หลังตรวจสอบพบอาจมีการทุจริต ต่อมา ได้มีคำสั่งจาก พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีทส. และอธิบดีกรมอุทยานฯ ให้เร่งจัดระเบียบบนเกาะเสม็ด เพราะจากการตรวจสอบพบว่าบนเกาะเสม็ดทุกธุรกิจตั้งแต่มอเตอร์ไซค์ จักรยานให้เช่า เจ็ทสกี เรือสปีดโบ๊ท เรือกล้วย นวดชายหาด รวมทั้งธุรกิจอื่นๆ ที่ให้บริการนักท่องเที่ยวล้วนแล้วแต่มีมาเฟียมีสีเป็นคนคุมทั้งสิ้น ดังนั้นทางอุทยานฯจะจัดระเบียบใหม่ ทั้งหมด
ความคืบหน้า ในวันนี้ (18 พย) นายประยูร พงศ์พันธ์ หัวหน้าอุทยาน แห่งชาติเขาแหลมหญ้า หมู่เกาะเสม็ด กล่าวว่าการเข้ามาทำประโยชน์ในพื้นที่เกาะเสม็ด ไม่ว่าจะเป็นรถสองแถว มอเตอร์ไซด์ให้เช่า เรือต่างๆนั้น ทางอุทยานฯได้ให้ผู้ประกอบการต่างๆทำหนังสือเอกสาร ขอเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเราได้จัดทำบัญชีไว้ทั้งหมด เพื่อจะไม่ให้มีการนำ รถยนต์ หรือ มอเตอร์ไซด์ขึ้นเกาะเสม็ด มากกว่าเดิม เราป้องกันรถล้นเกาะ
ส่วนผู้ประกอบการชายหาด ทางอุทยานฯได้สั่งยกเลิกในส่วนของ พาราเซล หรือเรือลากร่มและเรือกล้วย ไม่ให้มี เพื่อความปลอดภัยของนักทอ่งเที่ยว ผู้ประกอบการขายโรตี ก็สั่งยกเลิกไปด้วยเหมือนกัน หาบเร่แผงลอย บริการนวด ตามชายหาดกำลังรวบรวมเอกสาร เพื่อจะได้จัดระเบียบให้เข้ามาขอทำไประโยชน์ในพื้นที่ โดยขณะนี้ได้ส่งเรื่องไปที่กรมฯ ถ้าทางกรมฯ พิจารณาแล้ว ไม่อนุญาติ ก็ต้องยุติไม่ให้มีธุรกิจนี้ในพื้นที่
เรื่องท่าเรือต่างๆ จากเดิมเรือโดยสารทุกลำเข้าจอดรับส่งผู้โดยสารที่ท่าเรือ อบจ.อยู่แล้ว แต่จะมีสปีดโป็ต ที่วิ่งส่ง นักท่องเที่ยวตามชายหาด ตรงนี้ อุทยานฯ ก็จะจัดระเบียบใหม่ โดยให้เรือทุกลำนั้นมารับส่งผู้โดยสารที่ท่าเรือ อบจ. เพียงท่าเดียว เพื่อเป็นการควบคุมและง่ายต่อการจัดเก็บค่าธรรมเนียม เพราะที่ผ่านมา สปีทโบ๊ตเข้ารับส่งกันตามชายหาด เป็นอันตรายกับนักทอ่งเที่ยว และการเก็บค่าธรรมเนียมไม่ทั่วถึง ซึ่งจากเดิมที่เรามาแก้ปัญหานี้ ตามที่เป็นข่าวไปแล้ว ของเดิมนั้นมีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในเดือนตุลาคมปีก่อน หนึ่งล้านสองแสนกว่าบาท แต่พอเข้ามาจัดระเบียบ ได้เงินรายได้จากการเก็บค่าธรรมเนียมเข้ารัฐ สี่ล้านแปดแสนกว่าบาท
ต้องยอมรับว่า ปัญหาของเกาะเสม็ดนั้นเกิดขึ้นหลายสิ่งหลายอย่าง เราต้องทยอยแก้ไข ค่อยเป็นค่อยไป หากรวมกันแก้ไขไปพร้อมกันหมดทีเดียว จะเกิดความสับสน และยากต่อการแก้ปัญหาไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรือโดยสาร ผู้ประกอบการตามชายหาดและยังมีเรื่องการบุกรุกที่ดินของรัฐ ซึ่งทุกฝ่ายจะมีการประชุมแก้ไขปัญหาในพื้นที่ กรณีที่มีการบุกรุกเกินพื้นที่เช่ากับธนารักษ์ โดยจะมีการประชุมในวันที่ 21 พย. นี้ ที่ห้องประชุมสุดสาคร ที่เกาะเสม็ด ส่วนเรื่องท่าเรือที่มีอยู่หลายท่า ยืนยันว่า ต้องรื้อถอน ให้เหลือแค่ท่าเรือ อบจ.เพียงท่าเดียว
ด้าน นายพิศณุ เขมะพรรด์ นายกสมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยวเกาะเสม็ด กล่าวว่า หากมีการยุบท่าเรืออื่นๆ จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในระยะแรก ส่วนการล้างบางมาเฟีย และจัดระเบียบบนเกาะเสม็ด เป็นเรื่องดีของการพัฒนาและแก้ไขปัญหาต่างๆ ซึ่งบนเกาะเสม็ดจะมีมาเฟียหรือไม่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องย่อมรับรู้และดำเนินการ ในส่วนของผู้ประกอบการมีหน้าที่สร้างชื่อเสียงที่ดี และรายได้ ให้กับประเทศชาติ