เนชั่นทีวี

ข่าว

แจงเหตุ "เบส อรพิมพ์" ขอวีซ่าไม่ผ่าน

16 พ.ย. 2559 | wanchat

แจงเหตุ "เบส อรพิมพ์" ขอวีซ่าไม่ผ่าน

"เบส-อรพิมพ์" แจง กรณีวีซ่าสหรัฐไม่ผ่าน น่าจะมาจากแจงการเงินไม่ชัดเจน เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้ดูเอกสารเชิญเลย จึงไม่น่าเกี่ยวการเมือง

พิธีกรข่าว: ตอนนี้ทราบหรือยังครับว่าเหตุผลที่เรายังไม่ได้รับวีซ่ามาจากอะไร
คุณอรพิมพ์: ด้วยความที่ทางเขาไม่ได้ระบุว่าเราไม่ได้วีซ่าเพราะอะไร เราก็เลยไม่สามารถทราบได้โดยเป็นข้อมูลตรงๆว่าเป็นเพราะอะไร เพียงแต่ว่าทางตัวเบสกับผู้ประสานงานที่ติดต่อก็มาวิเคราะห์กันว่าน่าจะเป็นเพราะอะไร เนื่องจากตัวเบสเองทำงานเป็นฟรีแลนซ์ เราเป็นนักพูดรับจ้าง ไม่ได้มีงานประจำ อาจจะเป็นความมั่นคงในส่วนนี้หรือเปล่า แล้วก็อีกอย่างหนึ่งคือเบสเคยทำธุรกิจและเมื่อปลายปีที่แล้วก็ปิดธุรกิจตรงนั้นไป และมีเรื่องบ้านที่มีชื่อร่วมอยู่ยังไม่เรียบร้อย เบสไม่แน่ใจว่าจะเป็นปัญหาเรื่องข้อมูลทางการเงินและข้อมูลทางการทำงานหรือเปล่า ซึ่งที่เบสพูดแบบนี้เพราะว่าวันที่ไปสัมภาษณ์เขายังไม่ได้ดูจดหมายเชิญเบสเลย เขายังไม่ได้ขอดูจดหมายเชิญซึ่งมันมีจดหมายเชิญจากทางอเมริกามาแล้ว คือคนไทยที่นั่นที่รวมกลุ่มกันออกจดหมายเชิญมาแล้วในนามของไทยนิวเยียร์ ซึ่งเป็นกลุ่มคนไทยที่นั่นที่จัดงาน
พิธีกรข่าว: จริงๆแล้วเราแนบไปหรือเปล่า
คุณอรพิมพ์: เอกสารทั้งหมดมีหมดแล้ว เพียงแต่ว่าพอเข้าไปเขาก็ขอดูแต่เอกสารที่เขาจะดู นั่นก็คือขอดูเอกสารเกี่ยวกับการรับรองการทำงาน ขอดูสเตทเม้น ขอดูเกี่ยวกับบุ้คแบงค์ แล้วก็ยังไม่ทันได้ถามอะไรเลย แม้กระทั่งคำถามเรื่องเกี่ยวกับว่าจะไปทำไม พอดูๆไป พลิกไปมาแล้วเขาก็บอกว่ายูไม่ได้วีซ่าวันนี้ เบสเลยบอกว่าให้ดูเอกสารตัวหนึ่งก่อนได้ไหม เอกสารแบบจดหมายเชิญ เขาก็บอกว่าไม่ดูแล้ว ก็เลยไม่ได้ดู เบสก็เลยไม่รู้ว่ามันเป็นความผิดพลาดตรงไหน แต่เบสมองว่าน่าจะเป็นความผิดพลาดของเบส
พิธีกรข่าว: แล้วที่เขาวิจารณ์กันว่าเราอาจจะยื่นขอวีซ่าผิดประเภท เป็นไปได้ไหม
คุณอรพิมพ์: คือในส่วนของผู้ประสานงานที่เขาเป็นคนยื่นขอให้ เขาเป็นคนยื่นขอมืออาชีพนะคะ หมายถึงว่างานที่เขาทำคือเป็นคนยื่นขอวีซ่าให้อยู่แล้ว เขาก็พยายามอุดรอยรั่วทุกอย่างให้ เขาก็รู้ว่าสถานะเราเป็นฟรีแลนซ์ และเขาก็รู้ว่าเราจะต้องไปพูด เขาก็ทำให้ทุกอย่างอย่างดีมาก เพราะว่าทางนู้นก็เตรียมการไว้หมดแล้ว รอแต่เราอย่างเดียว เขาก็เตรียมการยื่นวีซ่าให้อย่างดีที่สุด เขาเป็นคนที่ทำเรื่องยื่นวีซ่าให้กับศิลปินดาราเลยค่ะ
พิธีกรข่าว: คือยื่นมานักต่อนักแล้วละ แล้วคนที่ประสานงานขอวีซ่าคนนี้ เขาแนะนำวิธีการแก้ไขอย่างไร
คุณอรพิมพ์: คือตอนนี้พอเป็นข่าวออกมาเราก็อยากรู้ข้อมูลความเป็นจริงว่าเป็นเพราะอะไร เพียงแต่ว่าเบสขออนุญาตพูดตรงนี้เลยนะคะว่าอย่าโยงประเด็นอะไรเลย เพราะถ้าจะโยงประเด็นว่าเขาคิดอย่างไรเรื่องการเมืองหรืออะไรไหม เบสมองว่าเขายังไม่ได้เห็นจดหมายเชิญค่ะ ถ้าเห็นจดหมายเชิญแล้วปฏิเสธเนี่ยยังมองได้ว่าทำไมถึงต้องปฏิเสธ แต่นี่ยังไม่ได้เห็นจดหมายเชิญ แค่ดูข้อมูลของเบสกับน้องเลขาที่เป็นผู้หญิงซึ่งโสดและอายุน้อยทั้งคู่ แล้วสเตทเม้นการเงินไม่เข้าตาหรือเปล่าไม่แน่ใจ แต่คือเบสไม่อยากให้โยงในเรื่องอื่นๆเลย เพราะเรายังไม่รู้ข้อมูลความเป็นจริง เขาก็ทำตามกระบวนการการทำงานของเขาที่เบสเห็นว่าเขาสมควรจะทำและมีสิทธิทำได้ ไม่โทษทางเขาเลย เพียงแต่ว่าคนที่ทำวีซ่าให้เบสตอนนี้เขาบอกว่าเดี๋ยวเราจะมาดูกันว่ามันบกพร่อกตรงไหน แล้วเรารีบไปยื่นใหม่จะทันไหม เพื่อที่จะได้ไม่ต้องแคนเซิลงานทั้งหมดเพราะว่าเขาจองสถานที่จองอะไรแล้วค่ะ
พิธีกรข่าว: ถ้าจะยื่นใหม่อีกที คิดว่าน่าจะทันไหมครับ
คุณอรพิมพ์: โดยส่วนตัวเบสนี่นะคะ เบสไม่เคยไปอเมริกาเบสเลยไม่รู้ว่าเวลาเขายื่นมันใช้เวลาอย่างไร แต่ว่าเบสสอบถามจากทางผู้ใหญ่ จากทางพี่ๆที่เขาดูให้ เขาบอกว่าถ้าเราขอแบบดำเนินเรื่องให้เร็วเนี่ย เราอาจจะมีสิทธิได้ทันก็ได้ แต่อันนี้คือแล้วแต่เขาพิจารณา ให้หรือไม่ให้ก็เป็นดุลพินิจของเขา แต่เราจะทำเรื่องส่งไปให้เร็วที่สุดค่ะ
พิธีกรข่าว: ตอนนี้ทางนั้นเรายังไม่ได้แจ้งยกเลิกอะไรใช่ไหมครับ
คุณอรพิมพ์: จริงๆวันแรกที่รู้ว่าไม่ได้ เบสบอกกับทางผู้ประสานงานว่าวีซ่าไม่ผ่าน พอวีซ่าไม่ผ่านทางนู้นก็เลยคิดว่าอาจจะต้องยกเลิกทั้งหมด แต่คราวนี้พอเบสให้สัมภาษณ์แล้วมีข่าวออกไปนี่มันกลายเป็นกระแสที่ว่า เราสามารถจะแก้ไขอะไรได้ไหม ถ้าแก้ไขได้ ทางนู้นอาจจะยังคงไว้ซึ่งที่จ่ายเงินไปหมดแล้ว ก็ต้องรอดูสถานการณ์วันสองวันนี้ว่าจะเป็นยังไง
พิธีกรข่าว: แต่คุณเบสวิเคราะห์ส่วนตัวว่าน่าจะมาจากเรื่องส่วนตัว เรื่องเอกสารอะไรต่างๆใช่ไหมครับ
คุณอรพิมพ์: โดยส่วนตัวเบสมองว่าเบสโทษตัวเอง เบสไม่โทษที่กระบวนการการทำงาน เบสไม่อยากโยงให้มันเป็นเรื่องอะไรเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เบสรู้สึกเสียใจมากแล้วยังไม่ให้สัมภาษณ์อะไรเลยนี่ค่ะ เพราะเบสมีความรู้สึกว่าคนโยงเกี่ยวกับเรื่องพระองค์ท่าน ซึ่งด้วยความเป็นนักพูดของเบสซึ่งเบสต้อยต่ำมากเมื่อเอาเรื่องของพระองค์ท่านมาโยงกับเบส เบสเสียใจเพราะเบสตั้งใจจะไปทำอะไรดีๆ และพอเป็นกระแสวิพากย์วิจารณ์ว่าเราโหนกระแส เราเกาะกระแส เราทำให้ท่านต้องหมองมัวหรือเปล่า มันเป็นความรู้สึกที่เสียใจมาก เบสคิดว่าเบสทำงานที่พระองค์ท่าน ไปพูดถึงพระองค์ท่านมา 16 ปีแล้วค่ะ พอวันนี้เป็นการโยงประเด็นหลายๆอย่าง เบสก็เลยมีความรู้สึกว่าจริงๆถ้าเราฟังข้อมูลข่าวสารความเป็นจริงก่อนมันอาจจะดีกว่าการวิพากย์วิจารณ์โดยที่เราไม่ได้รู้อะไรเลยก็ได้
พิธีกรข่าว: คุณเบสได้มีการโพสต์ลงในเฟสบุ้คนะครับ แล้วก็บอกว่าที่มีปัญหาไม่ได้เดินทางไป อาจจะเป็นเพราะว่าเรื่องของเครดิตบูโรใช่ไหมครับ
คุณอรพิมพ์: ใช่ค่ะ เรื่องเครดิตบูโรนี่เบสเล่าได้เลยนะคะ เบสเกิดในครอบครัวคนจนค่ะ และเบสก็ดูแลครอบครัวของเบสนี่มาตั้งแต่อายุ 10 กว่า 14-15 ปี เบสเลี้ยงที่บ้าน ใช้หนี้ใช้สินนี่เบสคนเดียวเลยค่ะ จนตอนนี้เบสเป็นคนดูแลครอบครัวเองทั้งหมด เบสไม่เคยมีหนี้สินเสียเลยในชีวิต เพราะว่าเบสใช้หนี้จากการพูดนี่แหละ เมื่อปลายปีที่แล้วเบสยกเลิกการทำธุรกิจตัวหนึ่ง เมื่อก่อนเราทำการพูดแต่เปิดเป็นในรูปของบริษัทมันก็มีความมั่นคง แล้ววันหนึ่งที่บริษัทมันไปต่อไม่ได้ หุ้นส่วนมันไปต่อไม่ได้ เราก็เลยต้องยกเลิกบริษัทนั้น แล้วมันมีตัวโฮมออฟฟิตซึ่งเป็นบ้านที่ซื้อร่วมกันในนามของการทำบริษัทนี่ค่ะ บ้านนั้นแหละที่มีชื่อเบสติดอยู่ และเบสนี่ถอนตัวออกมาแล้วแต่คนที่เขาอยู่นี่เขาไม่ได้รับผิดชอบในการที่จะผ่อนตามปกติค่ะ ชื่อเบสก็ยังติดอยู่แล้วเอาออกไม่ได้ มันยังเป็นปัญหาคาราคาซังซึ่งถ้าตรงนี้เป็นเรื่องเครดิตบูโรเบสคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องบ้านเพราะเรื่องอื่นนี่เบสไม่มีปัญหาเรื่องการเงินเลย ตัวนั้นตัวเดียวที่มันเป็นการปิดธุรกิจที่ปิดไปแล้วมันยังไม่เรียบร้อย
พิธีกรข่าว: อันนี้เราก็วิเคราะห์ส่วนตัวของเราใช่ไหมครับว่าน่าจะมาจากสาเหตุอะไรได้บ้าง จากเรื่องนี้ จากเรื่องของสถานะการทำงานของเราซึ่งเรามีงานอิสระ ไม่ได้สังกัดในบริษัทที่มั่นคง หรืออาจจะเป็นเรื่องที่ทางสถานทูตยังไม่ทราบด้วยซ้ำว่าเราจะไปพูดเรื่องของในหลวง เขาอาจจะนึกว่าเราเป็นนักท่องเที่ยว
คุณอรพิมพ์: ใช่ค่ะ คือคำถามที่ถามยังไม่ได้ลงรายละเอียดลึกซึ้งอะไรเลย เบสเลยมองว่าเมื่อเขายังไม่ได้ทราบวัตถุประสงค์ เขาอาจจะดูข้อมูลส่วนตัวแล้วมันไม่โอเคหรือเปล่า
พิธีกรข่าว: ตอนที่เขาถามเรา เขาก็ไม่ได้ถามเรื่องที่จะไปพูดอะไรเลยหรือครับ
คุณอรพิมพ์: ยังไม่ได้ถามเลยค่ะ เบสกล้าบอกได้เลยค่ะว่าเขาไม่ได้ถามในส่วนนี้จริงๆ
พิธีกรข่าว: แล้วการขอวีซ่าครั้งนี้คูณเบสไปหลายรัฐ หลายเมืองเลยใช่ไหมครับ
คุณอรพิมพ์: ใช่ค่ะ เบสจะพูดนี่อย่างน้อย 4 รัฐใหญ่ๆ
พิธีกรข่าว: ซึ่งก็ต้องมีรัฐที่เป็นสถานที่ประสูติของในหลวงด้วยก็คือแมสซาชูเซตส์
คุณอรพิมพ์: อันนั้นที่สำคัญที่สุดค่ะ คือเราจะไปรวมตัวกันในจตุรัสตรงนั้นที่เป็นการแสดงเชิงสัญลักษณ์เหมือนกับเราจะรวมใจให้พระองค์ท่านในที่ที่พระองค์ท่านประสูติ และเป็นปีสุดท้ายของการมีพระชนม์ชีพ พอคนที่นั่นติดต่อมาแล้วพูดถึงตรงนี้เบสก็มีความรู้สึกว่าเบสอยากทำถวาย คือเอาจริงๆแล้วเบสไม่ได้เรียกค่าตัวเลยค่ะไปรอบนี้ เป็นการไปพูดเพื่อการกุศล ซึ่งถ้าอยู่ในประเทศไทยเป็นช่วงเวลาที่เบสแบลงค์งาน ว่างงาน เบสสามารถทำเงินได้ในช่วงเวลานั้น เบสรับงานของเบสได้ เบสไปที่นู่นเบสก็บอกเขาเลยค่ะว่าเบสไปพูดให้ เบสตั้งใจไป
พิธีกรข่าว: และถ้าไปตอนนั้นนี่ ใกล้วันที่ 4-5 ธันวาคมนี่ยิ่งดีมากนะครับ โดยเงื่อนเวลา
คุณอรพิมพ์: ค่ะ
พิธีกรข่าว: ก็ต้องคอยดูต่อไปนะครับ ตอนนี้คือยังไม่จบ ยังไม่ได้แคนเซิลเรื่องเวลา ตามกำหนดการที่ทางชุมชนคนไทยในลอสแองเจริสที่เชิญคุณเบสไปพูดเรื่องพระราชกรณียกิจ ก็จะพูดในวันที่ 3 ธันวาคม และบอสตัน 5 ธันวาคม

ข่าวล่าสุด