ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่15 พฤศจิกายน ที่สน.หัวหมาก น.ส.อรวรรณ เผือกไธสง อายุ 30 ปี ผู้สื่อข่าวสังคม สำนักข่าวไทย ช่อง 9 อสมท. ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์และโพตส์คลิปดังกล่าว ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.นพพร ศรีสุชาติ รองผกก.(สอบสวน) สน.หัวหมาก เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเกิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงช่วงเวลาและลักษณะการนั่งบนท้ายรถของหญิงคนดังกล่าวว่ามีปฎิกิริยาอย่างไร
น.ส.อรวรรณ บอกว่า เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 19.00 น.หลังจากที่ตนเดินทางกลับจากประเทศอินโดนีเซีย โดยมีรถยนต์ของสำนักข่าวไปรอรับที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อมาถึงถนนพระราม9 ฝั่งขาเข้า นายทรงกฤต ไพศาลธรรม อายุ45 ปี ผู้ช่วยช่างภาพ พร้อมด้วย นายปวริศ กาศกุล อายุ 30 ปี ช่างภาพ และตน ที่นั่งมาในรถคันเดียวกันก็สังเกตเห็นรถแท็กซี่ทางขวามือ โดยมีหญิงสาวผมยาวสวมเสื้อลายขาว-ดำ กางเกงขาสั้น นั่งอยู่บริเวณท้ายรถ ซึ่งคาดว่ารถคันดังกล่าวขับมาด้วยความเร็วประมาณ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ต่อมา นายปวริศ จึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกคลิปวีดีโอ แล้วคุยกันว่าเป็นคนหรือผี ซึ่งตนก็ตกใจทำอะไรไม่ถูก เพราะคลิปในโทรศัพท์ของนายปวริศไม่มีภาพหญิงสาวที่กำลังนั่งอยู่ท้ายรถ ตนจึงหันไปมองที่หญิงสาวกลับพบว่าหญิงสาวที่นั่งหลังรถกำลังจ้องตาตนอยู่ด้วยอาการนิ่ง ตนจึงตัดสินใจบอกให้นายทรงกฤตขับรถแซงขึ้นไปเพื่อตีคู่กับรถคันดังกล่าว เพื่อจะดูให้ชัดเจน แต่รถคันก่อเหตุขับเร็วมาก "หนูมั่นใจว่าถ้าได้เจอหญิงสาวที่นั่งท้ายรถอีกครั้ง และหากได้สบตากันหนูจำได้แน่ๆว่า เป็นหญิงที่นั่งบนท้ายรถแท็กซี่คันเกิดเหตุที่ปรากฏในคลิปหรือไม่" น.ส.อรวรรณ กล่าว
ด้านพ.ต.ท.นพพร กล่าวว่า จากการตรวจสอบสียี่ห้อรุ่นและทะเบียนของรถคันดังกล่าวนั้นพบว่า มีรถในลักษณะนี้ประมาณ 20 คัน แต่มีรถที่ตรงตามลักษณะคันเกิดเหตุเพียง 1 คัน ซึ่งในขณะนี้ทางตำรวจทราบชื่อเจ้าของรถแล้วว่าเป็นใคร หลังจากนี้ก็จะเชิญตัวมาสอบปากคำต่อไป
พ.ต.ท.นพพร กล่าวด้วยว่า หากตรวจสอบแล้วทราบว่าผู้ขับขี่เป็นใครก็จะเชิญตัวมาสอบปากคำ และแจ้งข้อหากระทำความผิดตามพ.ร.บ.จราจรทางบกพ.ศ.2522มาตรา43 (8)คือ ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่นมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในส่วนของหญิงนิรนามที่นั่งบนท้ายรถนั้นหากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นใครก็จะเชิญตัวมาสอบปากคำ พร้อมแจ้งข้อหาในความผิดตามพ.ร.บ.จราจรมาตรา 124 วรรค 2 คือ ห้ามเกาะห้อยโหนหรือนั่งบนรถยนต์ขณะรถกำลังเคลื่อนที่ในทางเดินรถมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาทช