โดยนนายพรชัย แซ่ย่าง อายุ 35 ปี กระเป๋าเรือ กล่าวว่า ตนทำหน้าที่กระเป๋าเรือลำดังกล่าว โดยเรือออกจากท่าเรือวัดศรีบุญเรือง เวลา 05.30 น. ก่อนจะมาถึงท่าเรือที่เกิดเหตุ เวลาประมาณ 06.00 น. ซึ่งขณะเกิดเหตุตนกำลังจะนำเชือกไปคล้องเสาเพื่อนำเรือเทียบท่า แต่มีผู้โดยสารคนแรกกระโดดลงจากเรือไปก่อน แล้วไปบังเสาคล้องเรือ ทำให้ตนคล้องเชือกไม่ได้ ก่อนจะตะโกนบอกว่าใจเย็นๆ อย่าเพิ่งกระโดด รอให้เรือจอดก่อน ซึ่งระหว่างนั้นผู้เสียชีวิตได้กระโดดตามผู้โดยสารคนแรก แต่ก้าวพลาด ทำให้ตกลงไปในน้ำ ตนจึงรีบตะโกนบอกนายวิเชียร คนขับเรือ ว่ามีคนตกน้ำ และให้รีบนำเรือออกห่าง เพราะเกรงว่าหางเสือออกที่มีใบพัด จะไปฟันร่างถูกผู้ที่ตกน้ำ ขณะนั้นเหตุการณ์ชุลมุนมาก เพราะผู้โดยสารในเรือต่างก็ลุกฮือ และพยายามชะโงกลงไปดูในน้ำ พวกตนจึงต้องบอกให้ใจเย็นๆและนั่งลงก่อน นายพรชัย กล่าวอีกว่า จากนั้นตนจึงรีบโทรศัพท์หาที่บริษัท เพื่อแจ้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยคนที่ตกน้ำ ทั้งนี้ พวกตนจอดเรืออยู่บริเวณดังกล่าวประมาณ 30 นาที แต่ก็ไม่เห็นผู้เสียชีวิตโผล่ขึ้นมา ขณะเดียวกันผู้โดยสารคนอื่นๆ ก็ขอให้ไปส่งตามท่าที่เหลือ เนื่องจากต้องไปทำงาน พวกตนจึงขับเรือไปจอดตามท่าต่างๆ ตามหน้าที่ กระทั่งเมื่อเสร็จสิ้นก็กลับไปยังบริษัท ก่อนจะเดินทางเข้าปากคำกับพนักงานสอบสวน "ผมรู้สึกแย่มาก รู้สึกเสียใจ เพราะไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ผมทำงานที่นี่มา 5 ปี ไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน และไม่เคยอยากให้มันเกิดขึ้น แต่ผมก็พยายามตะโกนบอกพวกเขาแล้ว แต่ไม่มีใครฟังผมเลย สำหรับผู้เสียชีวิตนั้น ผมเคยเจอเขาหลายครั้ง เพราะเขามักจะขึ้นเรือเที่ยวแรกเป็นประจำ เมื่อวานเช้าก็ยังเจอ เก็บเงินก็จำเขาได้ พอเกิดเรื่องแบบนี้ ผมก็รู้สึกไม่ดี เหมือนกับเขามากับเรา แต่เราก็ต้องมาเห็นเขาตายไปแบบนี้"นายพรชัย กล่าวด้วยสีหน้าเศร้า ขณะที่ นายเชาวลิต เมธยะประภาส เจ้าของบริษัทครอบครัวขนส่ง(2002) จำกัด เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากพนักงานที่ขับเรือ และได้ให้คนขับเรือและกระเป๋าลำดังกล่าวไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มักกะสัน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เบื้องต้นทางบริษัทจะดูแลรับผิดชอบเรื่องการทำศพ ทั้งนี้ ต้องรอทางญาติของผู้เสียชีวิตประสานมาทางบริษัท ส่วนทางด้านเรือนั้นมีประกันภัยอยู่แล้ว ก็จะต้องให้ทางประกันมาดูแลอีกครั้ง ส่วนในทางคดีให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นผู้สอบสวนดำเนินการตามกฎหมาย