เนชั่นทีวี

ข่าว

"ฮิลลารี คลินตัน" ลงคะแนนเสียงแล้ว

08 พ.ย. 2559 | wanchat

"ฮิลลารี คลินตัน" ลงคะแนนเสียงแล้ว

ศึกชิงทำเนียบขาวปีนี้ กำลังถูกจับจ้องว่า ฮิลลารี คลินตัน จะเดินตามรอยสามีและสร้างประวัติศาสตร์ ด้วยการเป็นผู้หญิงคนแรกที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีได้หรือไม่

ฮิลลารี คลินตัน มีชื่อจริงว่า "ฮิลลารี ไดแอน ร็อดแฮม" เกิดวันที่ 26 ตุลาคม ปี 2490 อายุ 69 ปี การเป็นคู่สมรสของบิล คลินตัน ประธานาธิบดีคนที่ 42 ทำให้เธอได้รับตำแหน่งสุภาพสตรีหมายเลข 1 ในช่วงระหว่างปี 2536 - 2544 ไปโดยปริยาย
ฮิลลารีเกิดที่นครชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ แต่ไปโตที่เมืองพาร์ค ริดจ์ ในรัฐเดียวกัน เธอเป็นบุตรสาวคนโตของ ฮิวจ์ เอลส์เวิร์ท ร็อดแฮม เจ้าของธุรกิจสิ่งทอขนาดเล็ก และโดโรธี เอ็มม่า โฮเวลล์ เธอจบรัฐศาสตร์จากวิทยาลัยสตรีเวลเลสลีย์ เมื่อปี 2512 และไปต่อกฎหมายที่มหาวิทยาลัยเยล ทำให้ได้พบบิล คลินตัน ที่กำลังเรียนกฎหมายอยู่ ทั้งคู่แต่งงานกัน เมื่อปี 2518 มีลูกสาวคนเดียวคือ เชลซี
ตอนที่บิล คลินตัน เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี เมื่อปี 2536 ฮิลลารีเป็นสุภาพสตรีหมายเลข 1 คนแรก ที่จบการศึกษาระดับปริญญา และยังเป็นคนแรก ที่มีสำนักงานของตัวเองอยู่ในปีกฝั่งตะวันตกของทำเนียบขาว ขณะที่คนอื่นๆ ก่อนหน้าเธอจะดูแลแค่ปีกฝั่งตะวันออก ทำให้ถูกวิจารณ์ว่า เข้าไปมีบทบาทในการทำงานของฝ่ายบริหาร แต่ผู้สนับสนุนก็แย้งว่า บทบาทของเธอไม่ได้ต่างไปจากที่ปรึกษาคนอื่นๆ ในทำเนียบขาว และคนที่เลือกบิล คลินตัน ก็รู้กันดี เพราะสโลแกนหาเสียงของเขา คือ "ซื้อหนึ่งได้ถึงสอง" และนี่คือที่มาของคำเปรียบเปรยที่ว่า "ประธานาธิบดีร่วม" หรือไม่ก็ "บิลลารี"
ในที่ประชุมว่าด้วยสตรีของสหประชาชาติ ที่กรุงปักกิ่ง เมื่อปี 2538 ฮิลลารีกล่าวสุนทรพจน์ที่เป็นทั้งชนวนขัดแย้งและทรงอิทธิพลว่า "สิทธิมนุษยชนคือสิทธิของสตรี และสิทธิของสตรีคือสิทธิมนุษยชน" (human rights are women's rights and women's rights are human rights)

"ฮิลลารี คลินตัน" ลงคะแนนเสียงแล้ว


แม้ว่าในยุคของบิล คลินตัน เศรษฐกิจของสหรัฐฯจะเบ่งบาน แต่ก็ถูกฉาบไปด้วยเรื่องอื้อฉาว ที่โดดเด่น คือ "ไวท์วอเตอร์" ที่ทั้งบิลและฮิลลารีถูกสอบสวนย้อนหลังไปถึงเรื่องการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ล้มเหลวในช่วงทศวรรษที่ 1970 และ 1980 และกรณีโมนิกา ลูวินสกี้ ที่ทำให้บิลถึงกับต้องเข้าสู่กระบวนการถอดถอน หรือ อิมพีชเม้นท์ แต่ก็รอดมาได้ และแม้ว่าจะเผชิญเรื่องอื้อฉาว แต่คะแนนนิยมเขากลับพุ่งสูงลิ่ว
หลังอำลาตำแหน่งสุภาพสตรีหมายเลข 1 ฮิลลารีได้เลือกเดินเส้นทางการเมือง โดยลงเลือกตั้งวุฒิสมาชิกรัฐนิวยอร์ค เมื่อปี 2543 กลายเป็นสุภาพสตรีหมายเลข 1 คนแรกที่ลงรับเลือกตั้ง และได้รับเลือกถึง 2 สมัย ต่อมาปี 2551 เธอประกาศการตัดสินใจลงสมัครรับเลือกเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครต เพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ปี 2551 และเป็นสตรีคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ลงสมัครเป็นตัวแทนของพรรคใหญ่ระดับชาติ โดยชูนโยบาย "ประสบการณ์" แต่ต้องพ่ายให้แก่วุฒิสมาชิกบารัก โอบามา จากรัฐอิลลินอยส์ ที่ก้าวขึ้นไปเป็นประธานาธิบดีคนที่ 44 และได้เสนอตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศคนที่ 67 ซึ่งเธอดำรงตำแหน่งนี้ในช่วงระหว่างปี 2552-2556
เธอได้เผชิญสถานการณ์โลกที่ท้าทาย รวมทั้ง การประท้วงที่อิยิปต์, อาหรับ สปริงส์ และสงครามกลางเมืองในลิเบีย ที่ส่งผลสะท้อนกลับ เมื่อเกิดเหตุบุกโจมตีสถานกงสุลสหรัฐฯ ในเบงกาซี ที่ทำให้จอห์น สตีเว่นส์ ทูตสหรัฐฯ เสียชีวิต ซึ่งเธอต้องเข้าให้ปากคำปกป้องความเป็นผู้นำสูงสุดทางการทูตสหรัฐฯ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็ได้เครดิตในฐานะหนึ่งในฝ่ายบริหารที่ร่วมแผนปลิดชีพโอซามา บิน ลาเดน ผู้นำอัล ไกดาด้วย
หลังจากรอเวลามา 8 ปี ฮิลลารีหวนกลับมาลงสมัครรับเลือกตั้งอีก และคราวนี้เธอต้องเผชิญคู่แข่งที่ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดแห่งสีสันและความขัดแย้งอย่างโดนัลด์ ทรัมป์ของฝั่งรีพับลีกัน รวมถึงความท้าทายที่รออยู่เบื้องหน้าว่า เธอจะได้กลับไปนั่งในทำเนียบขาวในฐานะประธานาธิบดีตัวจริง ไม่ใช่ประธานาธิบดีร่วมเหมือนอย่างที่เคยเป็นหรือไม่ ......

ข่าวล่าสุด