น.ส.เปิ้ล สีวิไล อายุ 27 ปีสัญชาติลาว ผู้เป็นแม่ให้การว่า ตนมีอาชีพขายดอกไม้ อยู่หน้าศาลพระพรหม แยกราชประสงค์ คบกับนาย มา ปี โดยนายนัท มีลูกติดมาด้วย 2 คน ส่วนตนมีลูกติดมาด้วยคือน้องเอ ที่เสียชีวิต ก่อนเกิดเหตุตนออกไปขายของแต่เช้า และปล่อยให้นายนัทที่ไม่ได้ทำงานดูแลลูกที่ห้องพักเพียงลำพัง จนเมื่อช่วงเย็นนายนัทโทรมาบอกว่าให้รีบมาดูลูกตนที่รพ. เนื่องจากล้มขณะอาบน้ำ แต่ตนไม่เชื่อจึงสอบถามจนได้ใจความว่า นายนัทได้ห้ามไม่ให้น้องเอ เล่นน้ำแต่ไม่ฟังเลยโมโหเตะไปที่คาง 1 ครั้งจนตัวลอยลงมาหัวกระแทกกับพื้นสลบไป นึกว่าหลับธรรมดาหลังจากนั้นได้จับน้องแต่งตัวก่อนอุ้มไปนอนบนที่นอน แต่กลับพบว่ามีเลือดไหลออกมาจากจมูกและปาก นายนัทจึงเรียกรถสามล้อเครื่องให้นำน้องมาส่งที่รพ. แต่ตัวนายนัทไม่ได้ไปด้วย หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย น.ส.เปิ้ล ให้การต่อว่า สามีไม่ได้ทำงานอยู่บ้านเฉยๆ และมักจะเสพยาไอซ์ แต่ไม่บ่อยนักล่าสุดเพิ่งเสพไปเมื่อ 2 วันที่แล้ว ซึ่งตนก็ไม่เคยให้แต่มีเงินไปซื้อมาเสพ แต่ตนไม่ทราบว่าไปเอาเงินที่ไหนไปซื้อ ส่วนการทำร้ายร่างการน้อง ปกติก็เคยเห็นตีบ้างเป็นบางครั้ง แต่ไม่ทราบว่าครั้งนี้ทำไมทำรุนแรงขนาดนี้ ร.ต.อ ณัฐพงศ์ กิตติโสภณพันธุ์ แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ กล่าวว่า จากการตรวจสอบสภาพศพเบื้องตนพบว่ามีแผลบริเวณคาง ริมฝีปากบน-ล่าง และต้นขาข้างซ้ายด้านใน ซึ่งบาดแผลดังกล่าวนั้นไม่อาจจะส่งผลทำให้เด็กเสียชีวิตได้ ดังนั้นจึงต้องส่งศพไปตรวจภายในว่าศีรษะหรือสมองได้รับการกระทบกระเทือน อวัยวะภายในเสียหายอีกหรือไม่ พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ให้ทางญาติพยายามติดต่อผู้ก่อเหตุเพื่อเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้ต้องรอผลพอสูจน์จากนิติเวช ถึงสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงก่อน อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับต่อไป