เนชั่นทีวี

ข่าว

เตือน 7 จังหวัดใต้ รับมือดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก

02 พ.ย. 2559 | nation_ent

เตือน 7 จังหวัดใต้
รับมือดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก

2 พฤศจิกายน 2559 - "ปภ."แจง 7 จังหวัดน้ำท่วม เตือน 7 จังหวัดภาคใต้ เตรียมรับมือดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำไหลหลากและน้ำเอ่อล้นตลิ่งใน 7 จังหวัด รวม 21 อำเภอ 128 ตำบล 618 หมู่บ้าน แยกเป็นภาคกลาง 4 จังหวัด 13 อำเภอ 100 ตำบล 494 หมู่บ้าน ได้แก่ นครสวรรค์ เกิดน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอท่าตะโก อำเภอ หนองบัว อำเภอเมืองนครสวรรค์ อำเภอชุมแสง และอำเภอลาดยาว รวม 14 ตำบล 39 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 33,252 ครัวเรือน ถนนเสียหาย 190 สาย พื้นที่การเกษตรเสียหาย 269,474 ไร่ อ่างทอง น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยเอ่อล้นเข้าท่วมอำเภอวิเศษชัยชาญ รวม 2 ตำบล 15 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 513 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหายประมาณ 3,784 ไร่ พื้นที่พระนครศรีอยุธยา น้ำจากการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเสนา อำเภอบางบาล อำเภอผักไห่ อำเภอบางไทร อำเภอมหาราช และอำเภอนครหลวง รวม 80 ตำบล 436 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 17,946 ครัวเรือน ในส่วนของกาญจนบุรี ฝนตกหนัก ทำให้น้ำในลำภาชีล้นตลิ่งในพื้นที่อำเภอด่านมะขามเตี้ย รวม 4 ตำบล ได้แก่ ตำบลหนองไผ่ (หมู่ที่1,3,4,6) ตำบลกลอนโด ตำบลจรเข้เผือก และตำบลด่านมะขามเตี้ย
สำหรับพื้นที่ภาคเหนือ 1 จังหวัด 3 อำเภอ 12 ตำบล 48 หมู่บ้าน ได้แก่ พิจิตร น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสามง่าม อำเภอโพธิ์ประทับช้าง และอำเภอโพทะเล รวม 12 ตำบล 48 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 6,916 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรเสียหายประมาณ 63,660 ไร่
นอกจากนี้พื้นที่ภาคใต้ 2 จังหวัด 5 อำเภอ 17 ตำบล 82 หมู่บ้าน ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ อำเภอทับสะแก และอำเภอหัวหิน รวม 10 ตำบล 44 หมู่บ้าน ขณะเดียวกันเพชรบุรี น้ำจากแม่น้ำเพชรบุรีล้นตลิ่งในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองเพชรบุรี และอำเภอบ้านแหลม รวม 7 ตำบล 38 หมู่บ้าน มีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 2,760 ครัวเรือน
"ปัจจุบันสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางเริ่มคลี่คลาย เนื่องจากมีปริมาณฝนลดลง ขณะที่ภาคใต้สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้ลำน้ำสายสำคัญมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับมีน้ำทะเลหนุน จึงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ร่วมกับหน่วยทหารและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยด่วนแล้ว พร้อมเร่งซ่อมแซมสาธารณูปโภคและสิ่งสาธารณะประโยชน์ให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็ว" อธิบดี ปภ. กล่าวและว่า
อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบสภาพอากาศ พื้นที่ภาคใต้ยังมีฝนตกหนักต่อเนื่อง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงได้ประสาน 7 จังหวัด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา และภูเก็ต ให้เฝ้าระวังสถานการณ์และเตรียมพร้อมรับมือดินถล่ม ดินไหล และน้ำป่าไหลหลากในช่วงวันที่ 2 3 พฤศจิกายน 2559 โดยจัดเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญเหตุ ชุดเคลื่อนที่เร็ว และวัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยให้พร้อมปฏิบัติการเผชิญเหตุและช่วยเหลือผู้ประสบภัย สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถติดต่อได้ที่สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป

ข่าวล่าสุด