เนชั่นทีวี

ข่าว

เริ่มใช้ ม. 44 ทำประวัติ DNA ช้าง

13 ต.ค. 2559 |

เริ่มใช้ ม. 44 ทำประวัติ DNA ช้าง

กรมอุทยานแห่งชาติ ลงพื้นที่วังช้างอยุธยาแลเพนียดกรุงเก่า เก็บตัวอย่างเลือดของช้างตรวจ DNA เพื่อป้องกันการนำเข้าช้างป่ามาสวมสิทธิช้างบ้าน


นายอดิศร นุชดำรง รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่กรมการปกครอง กรมปศุสัตว์ เดินทางไปยังเพนียดคล้องช้าง ม 3 ต.สวนพริก อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อดำเนินการเก็บตัวอย่างเลือดช้างซึ่งเป็นพาหนะ แล้วนำไปวิเคราะห์พันธุ์กรรม ไว้เป็นฐานข้อมูล สำหรับให้กรมการปกครองบันทึกในตั๋วข้อมูลรูปพรรณช้าง ตามคำสั่งหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติที่ 60/2559 ลงวันที่ 229 กันยายน 2559 ตามมาตรการป้องกันการนำเข้าช้างมาสวมสิทธิช้างบ้าน ซึ่งเป็นที่แรก โดยมีนายทองเหรียญ มีพันธ์ เจ้าของวังช้างอยุธยาแลเพนียดและจนท.ของวังช้างแลเพนียดอยุธยาให้การต้อนรับและนำชมช้างภายในเพนียด ซึ่งมีทั้งลูกช้างและช้างงานจำนวนมาก 

ทันทีที่เจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงได้ทำการกระจายกำลังแบ่งพื้นที่เพื่อดำเนินการตรวจและทำประวัติช้างทั้งหมด โดยมีการตรวจรูปพรรณช้าง การวัดขนาดความสูง และถ่ายภาพช้าง เอาไว้ทั้งหมด นายอดิศร นุชดำรง รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า ตามคำสั่งหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ เรื่อง มาตรการป้องการนำช้างเข้ามาสวมสิทธิเป็นช้างบ้าน โดยมอบภารกิจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมอุทยานแห่งชาติ กรมปศุสัตว์ และกรมการปกครอง ดำเนินการร่วมกัน โดยแบ่งให้ดำเนินการในรูปแบบการรวมตัวกัน เช่น กรมการปกครอง ให้กรมประชาสัมพันธ์ชี้แจงให้เจ้าของช้าง ผู้ครอบครองช้าง และควาญช้างทราบรายละเอียดคำสั่งดังกล่าว และแจ้งนายทะเบียนท้องแจ้งกำหนดวัน และสถานที่ 

ซึ่งการมาดำเนินการครั้งนี้นับเป็นครั้งแรก ซึ่งประสบปัญหาเนื่องจากมีลูกช้างจำนวนมากซึ่งยังไม่ได้รับการฝึกทำให้การจับหรือนำตัวมาตรวจนั้นลำบากพอสมควร แต่ก็จะต้องดำเนินการให้หมด ซึ่งเดิมได้วางแผนให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน โดยจะเก็บตัวอย่างเลือดแล้วนำไปวิเคราะห์รหัสพันธุกรรม ไว้เป็นหลักฐานข้อมูลเพื่อให้กรมการปกครองบันทึกเอาไว้ในตั๋วรูปพรรณ ซึ่งหากไม่นำช้างมาแจ้งจดเรื่องของทะเบียนช้างก็จะถูกยึดเนื่องจากไม่มีการรับรอง อย่างไรก็ตามหลังจากครบกำหนดแล้ว ไปพบช้างที่ไม่ตรงกับที่มีดีเอ็นเอเอาไว้ ไม่มีเอกสารมารับรองก็จะถูกดำเนินคดี โดยจะดูในเรื่องของช้างที่มีความจำเป็นไม่สามารถนำออกมาตรวจได้เช่นช้างที่อยู่ในป่าหรือหมู่บ้าน ก็ต้องมีการพิจารณาเป็นกรณีไป ฐานข้อมูลกรมการปกครองมี 3 พันกว่าเชือกนั้นไม่ตรงกับกรมปศุสัตว์ ก็ต้องมาดูว่าช้างที่ไม่ตรงนั้นมาจากไหน ช้างแก่ ช้างเด็ก หรือสงสัยว่าเป็นช้างไม่ถูกต้อง 
นายลายทองเหรียญ มีพันธ์ กล่าวว่าการมาตรวจหรือทำรหัสดีเอ็นเอเป็นสิ่งที่ดีอย่างมาก ชาวช้างก็สบายใจ ซึ่งของตนมี 150 กว่าเชือกได้ขึ้นทะเบียนหมดแล้ว อยากจะให้ทางกรมอุทยานดูชาวบ้านที่มีปัญหาและความจำเป็น คนที่อยู่ไกลปืนเที่ยงไม่ได้จด เนื่องจากพื้นที่ผิดกัน ก็ต้องอะลุ่มอล่วยกับชาวบ้านด้วย

ข่าวล่าสุด