เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช หรือไทยแพน เปิดเผยผลการตรวจสารเคมีตกค้างในผักและผลไม้ซึ่งครั้งที่ 2 ของปีนี้ โดยมีการสุ่มตรวจผักและผลไม้ทั้งหมด 16 ชนิด กว่า 158 ตัวอย่าง และพบว่ามีผักและผลไม้มีสารเคมีตกค้างเกินมาตรฐานกว่า 56% ซึ่งยังใกล้เคียงกับการตรวจครั้งแรก
หลังจากทางเครือข่ายมีการสุ่มตรวจสารเคมีตกค้างในผักและผลไม้ครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทางเครือข่ายได้ทำการสุ่มตรวจอีกครั้งในช่วงเดือนสิงหาคม จากทั้งห้างโมเดิร์นเทรดและตลาดสด โดยพบว่าผักที่มีสารเคมีตกค้างเกินค่ามาตรฐานมากที่สุด คือ ผักคะน้าที่พบสารเคมี 10 จาก 11 ตัวอย่าง รองลงมา คือ พริกแดง ถั่วฝักยาว กะเพรา ผักบุ้ง มะเขือเปราะ แตงกวา ตามลำดับ
ขณะที่ในผลไม้พบว่า ส้มสายน้ำผึ้ง มีสารเคมีตกค้างเกินมาตรฐานมากที่สุด พบ 100% ของตัวอย่าง นอกจากนี้ยังพบว่าผักและไม้ที่มีสารพิษตกค้างเกินค่ามาตรฐานกว่า 70% มาจากแหล่งจำหน่ายจากห้างโมเดิร์นเทรด
นางสาวปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้ประสานงานเครือข่าย บอกว่าสินค้าที่มีตรารับรองอาจไม่ได้ปลอดภัยเสมอไป เนื่องจากผลการตรวจผักที่ได้รับตรารับรองว่าเป็นผักอินทรีย์และปลอดสารพิษ ยังคงพบสารพิษตกค้างเกินมาตรฐานทั้งคู่ โดยตัวอย่างที่มีฉลากสินค้า Q ยังมีสารตกค้างเกินมาตรฐานกว่า 61.5% ซึ่งสูงกว่าการสำรวจในครั้งแรก แต่ ทั้งนี้สิ่งที่น่ากังวลคือมีการพบสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตามรายชื่อวัตถุอันตรายที่ถูกยกเลิกไปแล้ว และสารเคมีที่กรมวิชาการเกษตรไม่อนุญาต ซึ่งถือว่าเป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้บริโภค
หลังจากนี้ทางไทยแพนและกลุ่มกินเปลี่ยนโลก จะส่งผลการรายงานอย่างละเอียดไปยังหน่วยงานที่กำกับดูแลในวันพรุ่งนี้ เพื่อให้มีการดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ประกอบการ รวมทั้ง เรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐมีการสุ่มตรวจ เฝ้าระวังอย่างสม่ำเสมอ และโปร่งใส ซึ่งอาจสุ่มตรวจตามฤดู หรือ 3 ครั้งต่อปี เพื่อเพิ่มความปลอดภัย