จากการตรวจค้น ภายในห้อง 610 ชั้น 6 สามารถจับกุมนายปิยชัย เรืองฉาย อายุ34ปี พร้อม ของกลาง เป็นปืนบีบีกันชนิดลูกโม่และชิ้นส่วนอาวุธปืนชนิดต่าง ๆ จำวนวนมากที่แกะลูกโม่และลำกล้องออก รอเปลี่ยนชิ้นส่วนเป็นชิ้นส่วน จริงจำนวน28กระบอก ก่อนเข้าทำการตรวจค้นภายในห้องเลขที่724ชั้น7อาคารเดียวกันซึ่งเป็นห้องของนาย มนัส ศรีศรชัย หรือณัฐ อายุ32ปี ซึ่งหลบหนีไปก่อนแล้ว พบชิ้นส่วนอาวุธปืนจริง ทั้งลูกโม่ ลำกล้อง รวมทั้งด้ามปืน และชิ้นส่วนอื่น ๆ รวมทั้งลูกกระสุนปืน รวมกว่า364ชุด และถังน้ำพลาสติกขนาดใหญ่ซึ่งภายในดัดแปลงยัดแผ่นฟองน้ำกระสอบใส่ข้าวสารเพื่อเก็บเสียงเอาไว้ทดลองยิงอาวุธปืนที่ดัดแปลงเสร็จเรียบร้อยก่อนส่งขายให้ลูกค้าในโลกออนไลน์ ภายในถังยังพบหัวกระสุนขนาดต่าง ๆ อีกจำนวนหนึ่ง จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
ทั้งนี้สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล191และชุดสืบสวนนครบาล ได้รับแจ้ง จากทางเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์สาขาดอนเมือง ว่ามีผู้นำกล้องวัสดุมีน้ำหนักมาฝากส่งที่ทำการไปรษณีย์สาขาดอนเมือง โดยระบุปลายทางถึงผู้รับซึ่งอยู่ในจังหวัดสงขลา โดยก่อนที่เจ้าหน้าที่จะทำการนำส่งวัสดุดังกล่าวขึ้นเครื่องบินส่งไปยังปลายทางได้นำกล่องวัสดุดังกล่าวเข้าเครื่อง เอ็กซเรย์ ได้พบวัตถุต้องสงสัยคล้าย อาวุธปืนบรรจุอยู่ในกล่องพัสดุดังกล่าว จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลเข้าทำการตรวจสอบสิ่งของที่อยู่ภายในกล่องพัสดุดังกล่าวได้พบว่าเป็นอาวุธปืนเถื่อนที่ดัดแปลงมาจากปืนบีบีกัน จึงรวมกันทำการสืบสวนหาแหล่งต้นทาง จนกระทั้งทราบว่าผู้ส่งขื่อนายปิยชัย เรืองฉาย พักอยู่ที่ อพาร์ทเม้นต์แห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ จึงได้ประสานตำรวจ ประสานตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ เข้าทำการตรวจค้นจึงได้พบอาวุธปืนเถื่อนที่ถูกดัดแปลงและชิ้นส่วนอาวุธปืนจำนวนมากที่รอการประกอบซุกซ้อนอยู่ในห้องเลขที่724ชั้น7 และห้องเลขที่610 ชั้น6รวมแล้วจำนวนเกือบ400ชิ้น จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดเอาไว้เป็นของกลาง
จากการสอบสวนนายปิยชัย ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้าที่ตนเคยทำงาน อยู่ที่บริษัท ผลิตแก้ว แห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ ก่อนที่จะตกงาน และเพื่อน ที่ชื่อนายณัฐ ที่เคยทำงานอยู่ด้วยกัน ได้ชักชวน ตนมาประกอบปืนเถื่อนขายตามเฟลสบุ๊ก โดยจำหน่ายในราคากระบอกละ3พัน ถึง1หมื่นบาท ซึ่งตนเพิ่งทำมาได้ประมาณ4เดือน มีหน้าที่จัดซื้อปืนบีบีกันขนาดต่าง ๆ ก่อนนำมาถอดชินส่วนลูกโม่และลำกล้องออกส่งให้เพื่อนที่ชื่อนายณัฐ ไปประกอบและนำไปส่งให้ลูกค้าตามออเด่อที่สั่งมาเท่านั้น ส่วนของทั้งหมดเป็นของนายณัฐ โดยในระยะ4เดือน ตนส่งขายให้ลูกค้ามาแล้วกว่า4พันกระบอก แต่ละเดือนก็จะได้ค่าแรงในการประกอบปืนเดือนละหนึ่งหมื่นห้าพันบาท สำหรับชิ้นส่วนต่างๆที่นำมาประกอบนั้น ตนไม่ทราบว่านายณัฐ เอามาจากไหน
ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า สำหรับอาวุธปืนที่ตรวจพบนั้น เป็นอาวุธปืนที่ดัดแปลงมาจาก อาวุธปืนบีบีกัน ซึ่งสามารถใช้ทำร้ายชีวิตได้ จากการข่าวพบว่า พวกที่นิยมซื้อปืนเหล่านี้นั้นเป็นพวกซุ่มมือปืน ที่ต้องการนำไปทำอันตรายต่อชีวิตคนรวมถึงปล้นจี้ เนื่องจากมีราคาถูก โดยใช้แล้วสามารถโยนทิ้งเพื่อทำรายหลักฐานได้โดยทันที และยังประหยัดค่าจ้าง อาวุธปืนลักษณะนี้จึงนับว่าเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินชีวิตของประชาชนเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะได้ทำการขยายผลเพิ่มเติมว่า มีใครอยู่ในกระบวนการบ้าง ส่วนนายปิยชัย เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งให้พนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป