ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปติดตามเรื่องดังกล่าว ทราบว่า นักเรียนสาวคนดังกล่าว เรียนอยู่ชั้น ม.5 อายุ 16 ปี เธอเล่าว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27ก.ย.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 11.30 น. ตนเองเดินทางมาโรงเรียนเพื่อจะมาสอบ แต่อาจารย์ผู้ชายที่เป็นอาจารย์ฝ่ายปกครองไม่ให้ตนและเพื่อนเข้าโรงเรียน ต้องให้อาจารย์รายวิชาที่ตนจะสอบลงมารับตัว เมื่ออาจารย์รายวิชามาถึงตนก็เข้าไปคุยด้วย แต่มีเพื่อนนักเรียนที่มาด้วยกันบอกว่าจะขอส่งงานด้วย ทำให้อาจารย์ฝ่ายปกครองต่อว่าตน ถามว่าตนจะมาสอบหรือจะมาส่งงาน ตนจึงตอบไปแบบตะคอกว่าจะมาสอบ อาจารย์ฝ่ายปกครองก็เดินตรงเข้ามาตบเข้าที่กกหูซ้าย ตนก็ยกมือขึ้นกันใบหน้าไว้ อาจารย์ก็กระชากคอเสื้อและชกเข้ามาที่หน้าอกหลายครั้ง ตนจึงต่อสู้ป้องกันตัว และก็เกิดการชุลมุนขึ้น ประมาณ1นาที จากนั้นก็แยกกัน ตนก็เข้าโรงเรียนไปทำการสอบ เสร็จแล้วก็ให้บิดาพาเข้าแจ้งความกับตำรวจ เพื่อดำเนินคดีกับอาจารย์ และได้แจ้งให้ ผอ.โรงเรียนทราบเรื่อง ตนยืนยันว่ายังเคารพและนับถืออาจารย์คนดังกล่าวเหมือนเดิม ยอมรับว่าตนเองก็ผิด แต่อาจารย์ก็ทำเกินกว่าเหตุ
ด้าน นายถวัลย์ ตันธีระพงศ์ ผอ.โรงเรียน กล่าวว่า เมื่อทราบเรื่องได้สอบถามข้อเท็จจริงกับอาจารย์ฝ่ายปกครอง และเด็กนักเรียน ซึ่งตอบไม่ตรงกัน ต่างอ้างว่าอีกฝ่ายลงมือทำร้ายก่อน แต่จากการสอบถามพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ มีความเป็นไปได้ว่าอาจารย์อาจจะลงมือทำร้ายนักเรียน จึงได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยแล้ว ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อย2สัปดาห์จึงจะทราบผล เพราะต้องเรียกครูฝ่ายปกครองมาสอบ และเรียกเด็กนักเรียนมาสอบซึ่งต้องมีผู้ปกครองมาด้วย และหากผลสอบออกมาว่าครูมีความผิดไม่ร้ายแรงก็เป็นหน้าที่ของตนที่จะดำเนินการ แต่หากผิดวินัยร้ายแรงก็ต้องทำเรื่องเสนอหน่วยเหนือต่อไป
ขณะที่นักสังคมสงเคราะห์ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชัยนาท ได้เข้ามาสอบถามข้อเท็จจริงกับเด็กนักเรียน เพื่อให้การดูแลและพิทักษ์คุ้มครองสิทธิ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546
ด้านอาจารย์ไฉน คงสนุ่น หัวหน้าฝ่ายปกครอง คู่กรณี ได้เดินทางไปให้ข้อมูลกับคณะกรรมการสอบสวนฯ ยืนยันว่าตนเองไม่ได้ทำร้ายเด็กนักเรียนก่อน เพียงแค่เดินเข้าไปยกมือเพื่อจะปรามเพราะเด็กพูดจาไม่ให้เกียรติครู แต่เด็กกลับสวนเข้ามาทำร้ายตนก่อน แล้วก็มีการยื้อยุดกันขึ้น ทำให้เด็กมีรอยเขียวช้ำ ยืนยันว่าตนไม่ได้ตบหรือต่อยเด็กแต่อย่างใด ยอมรับว่าตอนนั้นก็มีอารมณ์เหมือนกัน