"การพูดจาของนายสุรศักดิ์มีลักษณะกระแทกไม่ให้เกียรติจนจึงโมโหและลงมือทำร้ายร่างกายก่อนที่พวกผมจะเดินออกไป แต่ผมลืมโทรศัพท์มือถือและเสื้อคลุมจึงชวนจ่าสิบเอกไพโรจน์ กลับไปเอาที่ร้านแต่ตนไม่แน่ใจว่าได้ลงมือทำร้ายนายสุรศักดิ์อีกหรือไม่ ทั้งนี้ขณะเกิดเหตุไม่รู้ว่านายสุรศักดิ์เป็นผู้ดูแลร้าน เพราะยืนเล่นสนุกเกอร์เหมือนกับพวกผม โดยเหตุการณ์นี้ผมลงมือคนเดียวไม่เกี่ยวกับพี่ชาย และที่เรียกพี่ชายว่าจ่า เพราะพี่ชายตนมียศเป็นจ่าสิบเอกจริงแต่ตอนนี้เป็นทหารนอกราชการและผมไม่ได้มีการอ้างว่าเป็นทหารหรือมีอำนาจที่จะปิดร้านดังกล่าว และขอยืนยันเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของผมไม่เกี่ยวอะไรกับกองทัพเลย"นายอดิพรระบุ
ด้าน พ.ต.ท.วรเดช ชมพูพันธ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.บางพลัด กล่าวว่า เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น และร่วมกันบุกรุกเคหะสถานในเวลากลางคืน แก่ จ.ส.อ.ไพโรจน์ และ นายอดิพร เอาไว้ก่อนเนื่องจากช่วงที่เกิดเหตุโต๊ะสนุกเกอร์ดังกล่าวได้ปิดให้บริการแล้ว จากนั้นจะทำการสอบปากคำทั้งคู่เอาไว้และปล่อยตัวกลับไป โดยจะนัดมาพบพนักงานสอบสวนใหม่อีกครั้งเพื่อนำตัวไปส่งศาลจังหวัดตลิ่งชันในช่วงสายวันพรุ่งนี้(1 ตุลาคม)
ขณะที่ ส.อ.จตุรงค์ เพ็ญกุล ทหาร สังกัด พล.ร.9 ซึ่งนำกำลังมาเฝ้าดูสถานการณ์ กล่าวว่า เมื่อคลิปขณะเกิดเหตุถูกเผยแพร่ในโลกโซเชียล ตนได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาได้เดินทางมาตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า เรื่องที่เกิดขึ้นไม่มีทหารเข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใดจึงทำหน้าที่เป็นผู้สังเกตการณ์เท่านั้น ส่วนการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาต้องปล่อยให้พนักงานสอบสวนดำเนินการไปตามกฎหมาย.