ตร.จับมือยิงพ่อค้าเมี่ยงปลาเผา
29 ก.ย. 2559 | lastman

ตำรวจรวบตัวมือปืนยิงพ่อค้าเมี่ยงปลาเผา จนเสียชีวิตได้แล้ว สารภาพหึงหวงเพราะผู้ตายเคยเป็นแฟนเก่าภรรยา กลัวว่ายังแอบติดต่อกันอยู่
ข่าว
29 ก.ย. 2559 | lastman

ตำรวจรวบตัวมือปืนยิงพ่อค้าเมี่ยงปลาเผา จนเสียชีวิตได้แล้ว สารภาพหึงหวงเพราะผู้ตายเคยเป็นแฟนเก่าภรรยา กลัวว่ายังแอบติดต่อกันอยู่
ที่ สน.ห้วยขวาง เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 28 กันยายน 2559 พล.ต.ท.ศานิตย์ มหาถาวร ผนช.น., พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.1 รรท.ผกก.สน.ห้วยขวาง พร้อมเจ้าหน้าที่ บก.สส.บช.น. และฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง ร่วมกันแถลงผลการจับ นายสุนทร หรือกล้า พุทธาวรางศ์ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71/43 ซอยประดิพัทธ์15 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม.และนายโอ หรือบาส พุกวงศ์ อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40 ซอยประดิพัทธ์15 แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม. พร้อมของกลางอาวุธปืนยี่ห้อ "LLAMA" ESPECIAI ขนาด 7.65มม. หมายเลขปืน 170828 เลขประจำปืน 153280 จำนวน1กระบอก รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟสีแดง-เทา (ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน หมวกกันน็อคแบบเต็มใบจำนวน 2 ใบ เสื้อแจ๊คเก็ต สีดำ-น้ำเงิน จำนวน 1 ตัว และซองกระสุนปืน ขนาด 7.65 บรรจุกระสุนจำนวน 7 นัด
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า จากกรณีที่มีคนร้ายจำนวน 2 คน ขับจักรยานยนต์และใช้อาวุธปืนยิง นายเกริกฤทธิ์ คงดี อายุ 27 ปี พ่อค้าเมี่ยงปลาเผา รวมจำนวน 5 นัด แต่กระสุนเข้าหน้าท้องและมือซ้าย 3 นัด ได้รับบาดเจ็บ ที่บริเวณตลาดห้วยขวาง ด้านหลัง ร.ร.สามเสนนอก ริมถนนประชาสงเคราะห์ แขวงและเขตดินแดง เมื่อช่วงกลางคืน ของวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้สืบสวนจากภาพกล้องวงจรปิด และพยานแวดล้อมจนทราบตัวคนร้าย ก่อนจะออกหมายจับนายสุนทร ซึ่งเป็นผู้ซ้อนท้ายและเป็นมือยิง พร้อมกับนายโอ ผู้ขับขี่รถยนต์คันก่อเหตุ ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กดดันและติดตามตัวจนต่อมาทั้งสองได้ติดต่อเข้ามอบตัวในที่สุด
ทั้งนี้ นายสุนทร ให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุดังกล่าวจริง เนื่องจากหึงหวง ซึ่งนายเกริกฤทธิ์นั้น เคยเป็นแฟนเก่าของภรรยาตน แต่ได้เลิกลากันไปแล้ว ซึ่งในวันเกิดเหตุทราบว่า นายเกริกฤทธิ์ ไปรับลูกซึ่งเกิดจากนายเกริกฤทธิ์และภรรยาของตน เพื่อไปส่งที่ซอยรามอินทรา 123 จึงเข้าใจว่าทั้งคู่ยังมีการติดต่อกันอยู่ ตนจึงชวนนายโอ ให้ขี่รถ จยย. ไปที่เกิดเหตุแต่ไม่ได้บอก นายโอ ว่าจะมาก่อเหตุ เมื่อมาบริเวณจุดเกิดเหตุ ตนจึงชักอาวุธปืนยิง นายเกริกฤทธิ์ ก่อนจะแยกย้ายกันหลบหนี ส่วนตนได้หนีไปจังหวัดสุโขทัย และถูกเจ้าหน้าที่กดดันจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหา"ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในคริบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพาไปในเมือง หมู่บ้าน สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรและยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือชุมชน ก่อนจะส่งตัวให้พนักงานดำเนินคดีต่อไป