ที่เกิดเหตุเป็นถนนรถแล่นสวนกัน 4 เลน แบ่งฝั่งละ 2 ช่องทางเดินรถโดยไม่มีเกาะกลาง ขณะเจ้าหน้าที่รุดไปตรวจสอบพบว่าฝนที่ตกกระหน่ำตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 21 ก.ย.ยังไม่มีท่าทีจะหยุด ส่งผลให้พื้นถนนเปียกลื่น เบื้องต้นพบรถกระบะ ยี่ห้อเชฟโรเลต รุ่นโคโรลาโด้ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน บต 5244 หนองบัวลำภู พุ่งเข้าไปหยุดอยู่บริเวณเสามุมอาคารพาณิชย์ เลขที่ 1679/29 ปากซอยเทอดไท 37 จนสภาพด้านหน้ารถพังยับเยิน ส่วนเสาได้รับความเสียหายเล็กน้อย ห่างไปทางด้านหลัง 5 เมตร พบรถเก๋งคู่กรณียี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีอาร์วี สีดำ ทะเบียน ภท 6465 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดอยู่ริมถนนถูกรถกระบะคันดังกล่าวแหกโค้งเฉี่ยวชนจนปีนบาทวิถีขึ้นไปพุ่งชนต้นประดู่ ความสูงราว 5 เมตรจนหักโค่น พนักงานสอบสวนจึงเก็บรวบรวมรายละเอียดที่พบไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวน นายประจักษ์ กุลบุตร อายุ 31 ปี ชาว จ.หนองบัวลำภู ซึ่งเป็นคนขับรถกระบะและได้รับบาดเจ็บจากแรงกระแทกจนศีรษะแตก ให้การยอมรับสารภาพว่า ตนมีอาชีพเป็นผู้รับเหมาส่งคนงานไปก่อสร้างคอนโดมิเนียมตามไซส์งานต่างๆ ในย่านฝั่งธนบุรี ก่อนเกิดเหตุขับรถไปรับคนงาน จำนวน 11 คน จากไซส์งานย่านถนนวุฒากาศ กำลังมุ่งหน้ากลับที่พักบนถนนเทอดไท ระหว่างขับรถลุยฝนบนถนนเปียกลื่นพาลูกน้องกลับไปพักผ่อนมาถึงทางโค้งหน้าปากซอยเทอดไท 37 จู่ๆ รถก็เสียหลักแหกโค้งพุ่งชนท้ายรถเก๋งซีอาร์วีคู่กรณี ก่อนที่จะพุ่งไปหยุดอยู่ที่เสาอาคารพาณิชย์ข้างทาง โชคดีที่ลูกน้องตนและคนอื่นๆ ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ มีเพียงตนที่หัวแตกจากการกระแทกคอนโซลรถเล็กน้อยเท่านั้น
ด้าน พ.ต.ท.สุพจน์ กล่าวว่า หลังจากนี้จะมอบหน้าที่ให้หน่วยกู้ภัยนำตัว นายสุพจน์ ไปรักษาอาการบาดเจ็บที่ศีรษะก่อน แล้วจึงเชิญตัวไปรับทราบข้อกล่าวหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย พร้อมทำการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย ส่วนรถเก๋งซีอาร์วีคู่กรณีซึ่งจอดอยู่ริมถนนนั้นทางเจ้าของรถได้มาสำรวจความเสียหาย ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ประสานพนักงานประกันภัยมาเจรจาชดใช้ค่าสินไหมร่วมกันแล้ว.