เนชั่นทีวี

ข่าว

จ่าย 3พันล้าน! ชดเชยผลกระทบ พัฒนาสนามบินภูเก็ต

21 ก.ย. 2559 | nation_ent

จ่าย 3พันล้าน! ชดเชยผลกระทบ
พัฒนาสนามบินภูเก็ต

ภูเก็ต จ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบพัฒนาสนามบินภูเก็ต 3,000 ล้าน บางรายขอความชัดเจนเรื่องที่ทำกิน และกรณีไม่มีเอกสารสิทธิ คาดผู้ได้รับผลกระทบน้อยจะเริ่มรับเงินในเดือนตุลาคมนี้

ในระหว่างวันที่ 20-21 กันยายน 2559 ท่าอากาศยานภูเก็ต บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) โดยนางมนฤดี เกตุพันธุ์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต จัดประชุมให้ข้อมูลและชี้แจงหลักเกณฑ์ในการดำเนินการชดเชยผลกระทบด้านเสียง อันเกิดจากการพัฒนาสนามบินภูเก็ต ในพื้นที่ 4 ชุมชน ประกอบด้วย ชุมชนบ้านแหลมทราย ชุมชนบ้านหมากปรก ชุมชนบ้านไม้ขาว และชุมชนบ้านบ่อไทร ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต โดยมีเจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานภูเก็ต เจ้าหน้าที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อม และฝ่ายกฎหมาย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมชี้แจง ซึ่งแต่ละชุมชนมีชาวบ้านที่ได้รับผลระทบดังกล่าวเข้าร่วมรับฟัง ซึ่งภาพรวมส่วนใหญ่ยอมรับในข้อเสนอ ขณะที่บางส่วนยังมีความสงสัยกรณีของการชดเชยเฉพาะเรื่องของสิ่งปลูกสร้างแต่ไม่ชดเชยในส่วนของพื้นที่ทำกิน ตลอดจนความไม่มั่นใจว่าจะมีการจ่ายค่าชดเชยเมื่อใด เพราะที่ผ่านมารอกันเป็นเวลาหลายปี

นางมนฤดี เกตุพันธุ์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต ชี้แจงว่า ขณะนี้คณะรัฐมนตรี ได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 3,000 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินเยียวยาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาสนามบินภูเก็ต ภาพรวมมีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนประมาณ 1,400 ครัวเรือน จำนวน 4 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนบ้านแหลมทราย ชุมชนบ้านหมากปรก ชุมชนบ้านไม้ขาวและชุมชนบ้านบ่อไทร ซึ่งหลักเกณฑ์ในการจ่ายเงินเยียวยานั้นจะแบ่งตามประเภทของผลกระทบที่เกิดขึ้น ได้แก่กลุ่มผู้ที่มีบ้านเรือนอยู่ในเขตเสียงดังเกิน 40 เดซิเบล ให้เลือกระหว่างขายอาคารพร้อมที่ดิน หรือรับเงินเพื่อไปปรับปรุงอาคาร กับกลุ่มที่อยู่ในเขตเสียง 30-40 เดซิเบล จะได้รับเงินชดเชยเพื่อปรับปรุงอาคาร (จ่ายเฉพาะอาคารที่สร้างก่อนปี 2553) สำหรับผู้ที่มีเอกสารสิทธิเป็นโฉนดหรือ นส.3 ก. สามารถนำเอกสารหลักฐานต่างๆ มาดำเนินการได้เลย คาดว่าจะเสร็จสิ้นเรื่องเอกสารภายในเดือนตุลาคมนี้ ส่วนกลุ่มที่มีเอกสารสิทธิอื่นๆ จะต้องรอการประชุมอีกครั้งในวันที่ 3 ตุลาคมนี้

ด้านนายจตุกร ศรีดิษฐ ฝ่ายสิ่งแวดล้อม บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าในหลักการการชดเชยผลกระทบด้านเสียงจะต้องยึดตามรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งคณะกรรมการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้ความเห็นชอบไว้เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2554 มีการกำหนดมาตรการและการประเมินเส้นเสียง แบ่งเป็นผลกระทบรุนแรง หลักเกณฑ์คือ ต้องไปเจรจาซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับผลกระทบ

โดยเป็นหลักเกณฑ์ที่เทียบเคียงมาจากหลักเกณฑ์การชดเชยของกระทรวงคมนาคม แต่หากเจ้าของกรรมสิทธ์ไม่ประสงค์ที่จะขายจะมีการจ่ายเป็นค่าชดเชยเพื่อปรับปรุงอาคารเพื่อป้องกันผลกระทบด้านเสียง กับผลกระทบปานกลาง จะมีการประเมินเพื่อจ่ายเป็นค่าปรับปรุงอาคาร โดยหลักเกณฑ์ที่นำมาใช้นั้นเป็นไปตามหลักสากลการประเมินผลกระทบด้านเสียงจากอากาศยานที่ใช้ปฎิบัติอยู่แต่จะมีบริบทที่แตกต่างกันตามพื้นที่ โดยในส่วนของอาคารที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ซึ่งเป็นโซนอันตรายมีประมาณ 400 อาคาร หากขายก็พร้อมจะซื้อทั้งหมด แต่คนต่างจังหวัดส่วนใหญ่จะรักถิ่นฐานที่ตั้งมาตั้งแต่เด็กๆ และจากประสบการณ์การดำเนินการที่สุวรรณภูมิ เปอร์เซ็นต์ของการขายจะมีประมาณ 30% เท่าที่ที่ทราบเบื้องต้นที่นี่ก็ไม่ต่างกัน

ขณะที่นายบุญไพศาล บุญสบ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 บ้านหมากปรก ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต กล่าวว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านได้มีการร้องเรียนเกี่ยวกับผลกระทบทางเสียงจากการขึ้นลงของเครื่องบินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2552กับหน่วยงานต่างๆ แต่ที่ผ่านมาร้องเรียนไปแล้วเรื่องก็เงียบ จนมีการร้องเรียนไปยังส่วนกลาง และมีการตอบรับที่จะชดเชยให้กับชาวบ้าน รวมทั้งคณะรัฐมนตรีได้มีการอนุมัติงบประมาณในการชดเชยให้กับชาวบ้านจำนวนกว่า 3,000 ล้านบาท โดยการประชุมร่วมกันนั้น เพื่อมาตกลงกับชาวบ้านว่าจะเริ่มดำเนินการจ่ายได้เมื่อใดโดยในส่วนของชาวบ้านที่มีเอกสารสิทธิเป็นโฉนดที่ดินกับ นส.3 เป็นของตัวเอง มีจำนวนประมาณ 300 กว่าครัวเรือน มีสิทธิที่จะได้รับอย่างแน่นอนหลังจากวันที่ 15 ตุลาคมไปแล้ว แต่ที่เป็นปัญหา คือ กลุ่มที่ไม่มีเอกสารสิทธิ โดยอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าชายเลน หรืออื่นๆ มีจำนวนประมาณ 100 กว่าครัวเรือน ซึ่งจะมีการหารือกันอีกครั้งในวันที่ 3 ตุลาคมนี้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการในเรื่องของเอกสารต่างๆ ที่นำมาเป็นหลักฐาน ภาพรวมส่วนหนึ่งค่อนข้างพอใจ ส่วนว่าจะได้รายละเท่านั้นขึ้นอยู่กับผลกระทบที่ได้รับและขนาดของบ้านเรือน

นางจริยา อุสมาสะ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51/8 หมู่ 1 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต กล่าวว่า ในส่วนของตนบ้านตั้งอยู่ในแนวการขึ้นลงของเครื่องบิน จึงได้รับผลกระทบในเรื่องของเสียเครื่องบินค่อนข้างมาก นอกจากกระทบการได้ยินแล้วยังกระทบถึงโทรทัสณ์หรอืเครื่องเสียงต่างๆ และบางส่วนของบ้านก็มีรอยร้าว ที่ผ่านมาได้ร้องเรียนปัญหามาตลอด ครั้งนี้แม้ว่าจะมีการยืนยันชัดเจนแล้วว่าจะมีการจ่ายชดเชยแน่นอน แต่ที่เป็นปัญหาในส่วนของตน คือ บ้านตั้งอยู่ติดถนน และมีสวนยางพาราอยู่ด้านหลัง โดยเงื่อนไขของการท่าฯ นั้นจะชดเชยเฉพาะในส่วนของอาคารบ้าน แต่ตนต้องการให้ชดเชยในส่วนของที่ทำกินด้วย เพราะหากย้ายไปอยู่ที่อื่น การจะกลับมาทำกินที่เดิมก็ลำบาก และเกรงว่าจะมีปัญหาการเข้าออกพื้นที่ทำกิน ดังนั้นจึงยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะขายบ้านให้กับการท่าฯ หรือไม่ เพราะต้องมาดูในรายละเอียดส่วนนี้ก่อน เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถให้คำตอบได้

ส่วนของนายประยุทธฺ นางงาม อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 152/1 หมู่ 1 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต กล่าวว่า ในส่วนของตนนั้นก็ได้รับผลกระทบจากการขึ้นลงของเครื่องบินเช่นกัน โดยจากการไปพบแพทย์ก็มีปัญหาเรื่องของหูอื้อ แต่ส่วนตัวรับได้ในหลักเกณฑ์ที่มีการนำมาเสนอมาให้ เพราะรอมานานแล้ว และที่ผ่านมาเองทางการท่าฯ ก็ได้เข้ามาช่วยเยียวยาชาวบ้านในภาพรวม เช่น การดูแลโรงเรียน มัสยิด เป็นต้น แต่ก็มีชาวบ้านบางรายที่ยังมีข้อสงสัย ซึ่งทาง การท่าฯ ก็ต้องไปชี้แจงทำความเข้าใจ

ข่าวล่าสุด