หลังจากได้เขียนถึงเพื่อนข้าราชการกระทรวงมหาดไทยฉบับที่ 1 เมื่อวานไปแล้ว ล่าสุด วันนี้(17ก.ย.) สายัณห์ อินทรภักดิ์ ก็ได้ขัียนจดหมายฉบับที่ 2 ความว่า
จดหมายถึงเพื่อนข้าราชการกระทรวงมหาดไทย (ฉบับที่ 2)ตามที่กระผม นายสายัณห์ อินทรภักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้นำเรียนเพื่อน ๆ ในเรื่องการถวายฎีกา และการฟ้องศาลปกครองเกี่ยวกับการคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดครั้งล่าสุดซึ่งกระทรวงมหาดไทยนำเสนอคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2559 นั้น ท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยชี้แจงผ่านสื่อต่าง ๆ กลืนน้ำหมึกตัวเองในเรื่องการนับอายุราชการทวีคูณผู้ปฏิบัติงานจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ไม่ทราบว่าใครเขียนให้ท่าน คนเขียนคงหูหนวก ตาบอด หรือแกล้งโง่ หรือโง่จริง เจ้าพระคุณบารมีแห่งพระสยามเทวาธิราช และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายขอให้คนเขียนหูหนวกตาบอดโดยเร็วเหมือนที่เขาแกล้งเขียนให้ท่านปลัดชี้แจงด้วยเถิด)กระผมขอกราบเรียนว่าเกี่ยวกับการนับอายุราชการทวีคูณผู้ปฏิบัติบัติงานจังหวัดชายแดนภาคใต้ในประกาศของกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับการคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกครั้ง รวมทั้งครั้งล่าสุดนี้ ให้นำเอาระยะเวลาในการปฏิบัติราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาคิดคำนวณเป็นระยะเวลาในการคัดเลือกด้วย และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีก็ออกมาให้ถือปฎิบัติทุกกระทรวง และในวันสอบวิสัยทัศน์ กองการเจ้าหน้าที่ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ก็คำนวณอายุราชการให้แต่ละคนลงนามรับทราบระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของตนเองระยะเวลาของกระผมที่กองการเจ้าหน้าที่ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้ลงนามรับทราบคือ 8 ปี 4 เดือน อาวุโสอันดับ 1 ของรองผู้ว่าราชการจังหวัดในประเทศไทย กรุณาเลิกแกล้งโง่ หรือแกล้งไขสือกันนะครับ พวกกุนซือท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยทั้งหลาย แต่ดีแล้วที่ชี้แจงแบบนี้เข้าทางกระผมเลยครับ ในคำถวายฎีกา และในคำฟ้องศาลปกครองกระผมจะได้ทำเป็นเอกสารแนบประกอบคำถวายฎีกา และประกอบคำฟ้องให้ละเอียดชัดเจน เพราะในวันสอบวิสัยทัศน์ที่กระทรวงมหาดไทยเมื่อวันที่ 11 ก.ย.59 เวลา 13.30 น. กระผมได้ถ่ายเอกสารการนับอายุราชการของแต่ละคนไว้ในโทรศัพท์มือถือของกระผม เพื่อจะได้ให้จำได้ ไม่คิดว่าจะต้องนำมาใช้ในครั้งนี้กระผมนักเลงพอนะครับที่บอกให้ทราบล่วงหน้า เพราะกระผมไม่อยากให้ผู้ใหญ่ในกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยที่กระผมเคารพท่านมากในความทรงไว้ซึ่งความยุติธรรม จนท่านได้รับการคัดเลือกเป็นตุลาการศาลปกครอง ซึ่งท่านได้สละสิทธิ์เพื่อมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย และคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ชื่นชมท่านมากเมื่อครั้งที่ท่านดำรงตำแหน่งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดและตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา สงขลา ท่านปลัดกระทรวงเติบโตและได้ดีมาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ครับท่านอย่าลืมพวกกระผมซิครับ ท่านเคยพูดว่าท่านจะดูแลผู้ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างดี และคนที่ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เสี่ยงต่อความตายทุกวินาที (ตัวอย่างเช่นท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ท่านอิศรา ทองธวัช เพื่อนรองผู้ว่าที่กระผมรักมาก นั่งทำงานห้องติดกันกับกระผม เสียชีวิตจากการที่ผู้ก่อความไม่สงบลอบวางระเบิดรถยนต์ของท่านในขณะที่เดินทางไปปฏิบัติราชการที่อำเภอเบตง พร้อมด้วยนายเชาวลิตร ไชยฤกษ์ป้องกันจังหวัดยะลา เมื่อวันศุกร์ที่ 6 เมษายน 2556 เวลา 12 .38 น. บนถนนสายยะลา-เบตงกระผมน้ำตาไหลทุกครั้งที่นึกถึงภาพของเพื่อนและลูกน้องของกระผมในวันนั้น) ท่านอย่าให้คนที่เคารพนับถือท่าน ต้องผิดหวังในตัวท่านผมยืนยันว่าท่านปลัดกระทรวงกฤษฎา บุญราช เป็นผู้บังคับบัญชาที่ดีมาก แต่ท่านจะเสียหายเพราะความเกรงใจลูกน้องไกล้ตัวของท่านที่มีความความบ้าอำนาจ ขาดคุณธรรม และมีอคติโดยไร้เหตุผลในกระทรวงนะครับ กระผมไม่ได้บังอาจสู้กับท่านปลัดกระทรวงทึ่กระผมเคารพนับถืออย่างสูง แต่กระผมต่อสู้กับความมักง่าย เอาแต่ได้ เอาแต่ใจ ขาดคุณธรรม ของทีมงานของท่านในสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยครับ และกระผมขอยืนยันต่อสังคมเป็นสัญญาประชาคมต่อคนทั้งประเทศว่าถ้ากระผมชนะในการต่อสู้ครั้งนี้ ผมจะลาออกจากราชการทันที เพื่อให้สังคมได้ตระหนักว่ากระผมไม่ได้กระทำเพือตนเอง แต่กระผมกระทำเพื่อศักดิ์ศรีของคนมหาดไทย และความยุติธรรมในสังคมไทย และเพื่ออุทิศคุณความดีให้แก่ผู้เสียชีวิตในการปฏิบัติราชการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านรองผู้วาราชการจังหวัดยะลาอิศรา ทองธวัช (รองโต) เพื่อนรักของกระผมในขณะเดียวกันถ้ากระผมแพ้ กระผมจะไม่ลาออกจากราชการ แต่จะอยู่ให้ท่านดำเนินการทั้งทางวินัย ทางแพ่ง ทางอาญา (ถ้ากระผมมีความผิดในฐานหนึ่งฐานใด)กราบขอบพระคุณครับนายสายัณห์ อินทรภักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง (17 ก.ย.59)